ูหลินจือไป๋ ราวกับว่าด้วยเพลงที่หลินจือไป๋มอบให้สองราชินีเพลงก็จะสามารถมองความคิดที่แท้จริงของเขาที่มีต่อทั้งสองคนออกได้อย่างไรอย่างนั้น
ผลลัพธ์คือคนที่อึดอัดใจมีเพียงหลินจือไป๋คนเดียว! เดิมทีก็กลุ้มใจเรื่องจะถือชามน้ำอย่างไรอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งกลุ้มใจเข้าไปใหญ่ ถึงขนาดเริ่มนึกเสียใจในภายหลังแล้วว่าทำไมตอนนั้นต้องรับปากช่วยแต่งเพลงให้ทั้งสองฝั่งพร้อมกันด้วยนะ? แยกกันทำก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ?
เดี๋ยวก่อนนะ! ในระหว่างความกลัดกลุ้ม ในสมองของหลินจือไป๋พลันมีแสงสว่างวาบผ่านเข้ามาสายหนึ่ง เขานึกถึงวิธีการแก้ไขปัญหาที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาได้!
“ช่วยเรียกผมว่าปรมาจารย์แห่งการถือชามน้ำด้วยนะครับ” ในขณะที่พึมพำกับตัวเอง หลินจือไป๋ก็เปิดคอมพิวเตอร์ เริ่มต้นเขียนเพลง แต่งเพลงหนึ่งเพลงในขณะเดียวกันก็เป็นเพลงสองเพลงด้วย พูดให้ถูกต้องก็คือ ทำนองเดียวกันแต่เนื้อเพลงต่างกันทั้งหมด ล้วนต้องใช้ภาษาฉีในการขับร้อง…
เหมยเยี่ยนฟาง ‘เพลงแห่งตะวันรอน’เฉินฮุยเซียน ‘บทเพลงนับพัน’
ทำนองเพลงเดียวกัน คำร้องของเพลง ‘เพลงแห่งตะวันรอน’ นี้แต่งโดยเฉินเส้าฉี ขับร้องคือราชินีเพลงเหมยเยี่ยนฟางผู้คู่ควรอย่างแท้จริง ส่วนคำร้องของเพลง ‘บทเพลงนับพัน’ แต่งโดยหลินเจิ้นเฉียง ผู้ขับร้องคือเฉินฮุยเซียนที่มีภาพลักษณ์เป็นน้องสาวคนเล็กในปีนั้น
การแข่งขันเพลงนี้ของเหมยเยี่ยนฟางและเฉินฮุยเซียนในปี 1989 เท่ากับการประลองฝีมือการร้องเพลง