หลินจือไป๋ไม่รู้ว่าทำไมท่านเก้าถึงปล่อยเพลงออกมาแค่เพลงเดียว
อย่าว่าแต่หลินจือไป๋เลย แม้กระทั่งท่านเจ็ดและท่านแปดก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงปล่อยออกมาแค่เพลงเดียว ทั้งสองคนร้อนใจจนส่งเสียงโวยวายกันลั่นในกลุ่ม
‘สถานการณ์เป็นยังไง?’
‘ทำไมมีแค่เพลงเดียวล่ะ?’
‘ท่านเก้า นายไม่ใช่คนที่มีผลงานเยอะมากหรอกเหรอ?’
‘นี่คือที่นายบอกว่าพยายามช่วยขวางไว้หน่อยงั้นเหรอ?’
‘ไม่ต้องพูดถึงสามหรือห้าเพลงหรอก อย่างน้อยก็ปล่อยสักสองเพลงให้เป็นพิธีเหมือนพวกเราหน่อยสิ!’
ท่านเก้าไม่สะทกสะท้าน ให้ฉันปล่อยสามเพลงหรือห้าเพลงเพื่อสกัดหลินจือไป๋งั้นเหรอ
ฉันมีปัญหาทางสมองหรือไง นั่นมันเป็นการล่วงเกินหลินจือไป๋จนถึงที่สุดไม่ใช่เหรอ?
ในช่วงสองวันนี้หลังจากฟังเพลงทั้งหมดของหลินจือไป๋ รวมถึงผลงานที่เขาเคยปล่อยในฉินโจวก่อนหน้านี้จนหมด ท่านเก้าก็ตระหนักได้ว่าระดับของอีกฝ่ายนั้นสูงส่งเพียงใด ความเป็นไปได้สูงว่าจะอยู่เหนือฉายา ‘อันดับหนึ่งแห่งวงการดนตรีฉีโจว’ ของตัวเขาเองเสียอีก แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยอยากยอมรับว่าตัวเองสู้คนหนุ่มคนหนึ่งไม่ได้ แต่ความจริงที่ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าเขาก็คือความจริง ไม่ว่าจะในวงการไหน ความจริงแล้วต่างก็เล่นตามกฎ ‘ผู้แข็งแกร่งคือผู้ที่ได้รับการยกย่อง’ ทั้งนั้น ในเมื่อระดับของหลินจือไป๋แข็งแกร่งกว่าตัวเอง ยืนหนึ่งอย่างหยิ่งผยองบนชาร์ตเพลงของฉีโจวแล้ว มันจะทำไมล่ะ?
ด้วยความสามารถของอีกฝ่าย ต่อให้ยึดครอ