ผลคือกลับพบเรื่องน่าประหลาดใจ ข้อความในหน้าจอต่างพากันพิมพ์ว่า
‘ท่านมหาเศรษฐีโคตรเจ๋ง!’
‘ท่านมหาเศรษฐีนายดังอีกแล้วนะ’
‘เป็นอีกวันที่นายยึดครองฮอตเสิร์ช’
‘ตอนจบหนังทำเอาฉันซึมเศร้าไปเลย’
‘สมกับเป็นท่านมหาเศรษฐี แค่เขียนบทตอนจบเล่นๆ ก็ทำเอาฉันตบะแตกเลย’
‘แงๆๆ!’
‘ดูท่อนสุดท้ายแล้วเหมือนกำลังส่องกระจกดูตัวเองอยู่เลย’
‘รู้สึกว่าท่านมหาเศรษฐีจะเข้าใจหัวอกพวกสุนัขเลียดีจัง หรือว่านายก็เคยเลียเหมือนกัน?’
‘…’
หลินจือไป๋ มึนงงเล็กน้อย ถามด้วยใบหน้าที่ดูไม่รู้เรื่องรู้ราวว่า “พวกคุณพูดเรื่องอะไรกันน่ะครับ?”
“เรื่องหนังไงคะ”
เลขาตัวน้อยอู๋เสวียนยิ้มกล่าว “ท่านตัวแทนงานยุ่งจนลืมไปแล้วเหรอคะ ฉันเคยรายงานคุณไปแล้วว่า หนังเรื่อง ‘Still Waiting For You’ มีกำหนดออกอากาศเมื่อคืนนี้ค่ะ”
“อืม หนังทำผลงานได้ดีเหรอครับ?”
หลินจือไป๋มัวแต่สนใจเรื่องไลฟ์สดจนลืมเรื่องนี้ไปเลย
เอาเถอะ หลักๆ คือเขาไม่ได้เก็บเอาหนังเรื่องนี้มาใส่ใจเท่าไหร่
ทว่าอู๋เสวียนกลับพูดด้วยความตื่นเต้น “ผลงานของหนังเรื่องนี้ดีมากเลยค่ะ ยอดคลิกชมแซงหน้าหนังแนวเดียวกันไปไกล โดยเฉพาะฉากจบนั้นที่ทำให้เกิดการพูดถึงอย่างถล่มทลาย เอ่อ ท่านตัวแทนคงไม่ลืมหรอกนะว่าบทตอนจบของหนังเรื่องนี้ คุณเป็นคนเขียนด้วยตัวเองน่ะค่ะ? แถมยังมีเพลงประกอบเพลงหนึ่งที่คุณร้องเองด้วยนะ…”
“จำได้ครับ”
หลินจือไป๋เคยแก้บทตอนจบจริงๆ และยังเขียนเพลงให้หนังเรื่องนี้ด้วยเพลง