นหน้านี้ และฝีมือกลอนคู่ก็เคยแสดงให้เห็นในไลฟ์มากกว่าหนึ่งครั้ง แต่คราวนี้คนออกโจทย์คือปรมาจารย์กลอนคู่อันดับหนึ่งแห่งฉีโจว เขาจะยังรับมือไหวอยู่ไหม?
“พี่หลิน ต้องพึ่งคุณแล้วละครับ” สามพี่น้องมองดูแล้ว เมื่อเหล่าปัญญาชนพวกนี้ต่างส่ายหน้าถอยกรูดก็รู้ว่าพวกเขาตอบไม่ได้จริงๆ
หลินจือไป๋ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเดิม
“ถ้าตอบไม่ได้ อยากจะผ่านไปก็ต้องดื่มเหล้าใช่ไหมครับ?”
“ก็ใช่น่ะสิครับ!” เจียงโส่วหรังตบหน้าอกพูดว่า “แต่พี่หลินวางใจได้ เหล้านี้สามารถให้คนดื่มแทนได้ครับ ถ้าคุณต่อไม่ได้ผมดื่มแทนให้เอง!”
“คงไม่ต้องหรอกครับ” หลินจือไป๋เอ่ย “ในเมื่อปรมาจารย์กลอนท่านนั้นบอกว่าผมมาไกลถึงฉีโจวในฐานะแขก งั้นวันนี้ก็คือ…”
“แขกเยือนเรือนธรรมชาติ”
นี่มัน!
อย่ามองว่าสิ่งที่หลินจือไป๋พูดนั้นดูกว้างๆ เหมือนคำพูดทั่วๆ ไป แต่ปัญญาชนกลุ่มนี้มีใครบ้างที่ไม่ใช่ยอดฝีมือด้านตัวอักษร แทบจะในพริบตาพวกเขาก็จับคำสำคัญที่สุดได้ ทุกคนต่างพากันตาโตเท่าไข่ห่าน ในแววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“พี่หลิน สุดยอด!” เจียงโส่วหรังชูนิ้วโป้งให้!
ซังจื่อหรงก็ชื่นชมเช่นกัน
“ตอนที่ได้ยินคนอื่นบอกว่าพี่หลินคืออันดับหนึ่งด้านกลอนคู่แห่งฉินโจว ในใจผมยังมีความสงสัยอยู่บ้าง แต่ ณ ตอนนี้ ผมยอมสยบด้วยความเลื่อมใสครับ!”
ซ่งชิงเหลียงหน้าตาเหลอหลา “ทำไมอยู่ดีๆ ก็เริ่มชมกันแล้วล่ะ?”
เมื่อเห็นท่าทางงุนงงของซ่งชิงเหลียง ปัญญาชนคนหนึ่งที่ดูเ