หมือนจะสนิทกับเขาจึงตบไหล่เขาแล้วพูดว่า
“บอกแล้วไงว่าวันๆ อย่าเอาแต่เรียนวาดรูป ให้แบ่งเวลามาอ่านหนังสือเรียนบทกวีบ้างก็ไม่ยอมเชื่อ พวกเราตอนนี้คนเขาตอบวรรคหลังได้แล้ว นายยังฟังไม่เข้าใจเลย”
“ตอบว่าอะไรเหรอ?” ซ่งชิงเหลียงยังคงงงงวยอย่างถึงที่สุด
ความจริงแล้วผู้ชมในห้องไลฟ์สดก็คือซ่งชิงเหลียงในร่างอวตาร คนส่วนใหญ่ฟังไม่เข้าใจเลย
‘หมายความว่ายังไงนะ?’
‘ฟังไม่รู้เรื่องเลย’
‘ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน’
‘จู่ๆ ก็เริ่มชมกันยกใหญ่’
‘เมื่อกี้ท่านมหาเศรษฐีพูดมีลับลมคมนัยอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า’
‘สมองฉันตามไม่ทันแล้ว นี่คือการรวมตัวของพวกปัญญาชนเหรอ?’
‘มิน่าล่ะแม่ฉันถึงบอกว่า คนมีวัฒนธรรมด่ากัน เรายังอาจจะฟังไม่ออกเลย บื้อจริง’
เจียงโส่วหรังบอกซ่งชิงเหลียง
“นายไม่ได้ยินที่พี่หลินพูดเหรอ เขาบอกว่า ‘แขกเยือนเรือนธรรมชาติ’ นายลองอ่านย้อนกลับดูสิ”
“แขกเยือนเรือนธรรมชาติ?”
ซ่งชิงเหลียงอ่านย้อนกลับได้ว่า “ที่แท้คือแขกจากสรวงสวรรค์”
ในหัวของซ่งชิงเหลียงพลันมีประกายไฟพุ่งผ่าน เขามองหลินจือไป๋ด้วยความตกตะลึงแล้วพูดว่า
“ต่อได้แล้ว ต่อได้สมบูรณ์แบบเลย!”
“คนผ่านวัดพระใหญ่ พระวัดใหญ่กว่าคน” “แขกเยือนเรือนธรรมชาติ ที่แท้คือแขกจากสรวงสวรรค์”
นี่ไม่ใช่แค่หลินจือไป๋ต่อคำได้เท่านั้น เขายังนำเอาสถานการณ์ในตอนนี้มารวมเข้าด้วยกันด้วย สติปัญญาระดับนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ!
‘เช็ด!’
‘จะโหดเกินไปแล้ว!’
‘ฉันอึ้งไปเลย!’
‘วรรคหลั