นี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น ตรงกันข้ามกลับทำให้มันดูน่าสนใจมากขึ้นไปอีก พอร้องจบหนึ่งรอบ
หลินจือไป๋ก็เอ่ยว่า “การออกเสียงท่อนเวิร์สยังต้องจัดการอีกหน่อย อย่างเช่นประโยคนี้…”
ตอนนี้อยู่ในสถานการณ์การทำงาน อู๋อูก็ไม่ได้เล่นมุกตลกอีก เธอร่วมมือกับหลินจือไป๋อย่างรู้กาลเทศะ
ที่จริงส่วนใหญ่เป็นการฟังคำสั่งของหลินจือไป๋ เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่แค่คนแต่งคำร้องและทำนองเพลงนี้เท่านั้น แม้แต่ทักษะการร้องเพลงก็ยังเหนือกว่าเธอเสียอีก!
เพราะเขาคือคนที่เคยชนะเยี่ยจวินฉือในการแข่งขันมาแล้ว!
เรื่องนี้ตอนนี้คนทั้งฉีโจวรู้กันหมดแล้ว และมันก็กลายเป็นหลักฐานยืนยันว่า ทักษะการร้องเพลงของหลินจือไป๋นั้นล้ำลึกสุดหยั่งถึง!
เมื่ออัดเพลงเสร็จเวลาก็ล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายแล้ว
ตอนที่อู๋อูบอกลา เธอก็เข้าไปกอดหลินจือไป๋แน่นๆ อีกครั้ง
พอเธอนั่งรถตู้ส่วนตัวออกไป หลินจือไป๋จึงเอ่ยขึ้นว่า
“จริงๆ แล้วเกี่ยวกับเพลงภาษาฉี ผมยังมีแผนการอีกเป็นชุดเลยครับ แต่คู่หูในการร่วมงานคนต่อๆ ไปจะเป็นเพื่อนๆ ของผมที่มาจากฉินโจวครับ”
ใช่แล้ว แผนการของหลินจือไป๋คือการเขียนเพลงให้เพื่อนๆ จากฉินโจวที่มาเริ่มงานในฉีโจวคนละหนึ่งเพลง เพื่อช่วยให้พวกเขายืนหยัดได้อย่างมั่นคง!
ด้วยวิธีนี้ ต่อให้ในอนาคตเขาจะออกจากฉีโจวเพื่อไปเปิดตลาดทวีปอื่น ตัวพวกโจวหานจิ้นหรือจางซีหยางที่อยู่ที่นี่ก็จะค่อยๆ ตั้งตัวได้ ไม่แน่ว่าภายในไม่กี่ปีอาจจะมีหวังได้ก้าวเข้าสู่ระดับเห