ับแน่นอน
ก็มีบางคนบอกว่าภาพรวมไลฟ์ของหลินจือไป๋มันซับซ้อนเกินไปจนดูเหมือนไม่มีหัวข้อหลัก แต่ความอิสระของรายการ ‘เยือนเขาหลีซาน’ นั้นมีเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว
สิ่งที่ผู้ชมส่วนใหญ่ชื่นชอบก็คือจินตนาการที่ไร้ขอบเขตของหลินจือไป๋นั่นเอง
และทันทีที่การไลฟ์สดวันนี้สิ้นสุดลง
เลขาตัวน้อยอู๋เสวียนก็รีบวิ่งมารายงานเรื่องหนึ่งทันที
“ท่านตัวแทนคะ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนทางเราได้รับโทรศัพท์ สมาคมนักเขียนฉีโจวอยากเชิญคุณเข้าร่วมค่ะ โดยจะให้คุณดำรงตำแหน่งกรรมการกิตติมศักดิ์ของสมาคมนักเขียนฉีโจว”
กรรมการกิตติมศักดิ์?
ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอะไร ถ้าเติมคำว่ากิตติมศักดิ์ลงไปส่วนใหญ่ก็แค่แขวนชื่อไว้เฉยๆ ไม่ต้องทำงาน
หลินจือไป๋ไม่สนใจเท่าไหร่ เขาจึงส่ายศีรษะแล้วพูดว่า
“ผมเป็นชาวฉินโจว เข้าสมาคมนักเขียนฉีโจวไม่ค่อยเหมาะมั้งครับ”
เหนือตำแหน่งกรรมการยังมีรองประธานและประธานอีกเป็นแถว หลินจือไป๋รู้สึกว่าตำแหน่งระดับกลางๆ แบบนี้เขาไม่จำเป็นต้องแขวนไว้หรอก ยังไงเขาก็ไม่ขาดแคลนตำแหน่งต่างๆ อยู่แล้ว
“ฉันก็ตอบไปแบบนั้นค่ะ”
อู๋เสวียนยิ้มแล้วพูดต่อ
“พวกเขาบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ บอกว่าถ้าคุณจะปฏิเสธจริงๆ ก็ขอความกรุณาให้เกียรติไปร่วมงาน ‘งานชุมนุมกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์’ ในวันมะรืนนี้ด้วยค่ะ”
“งานชุมนุมกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์?”
หลินจือไป๋ยิ้มออกมา
งานชุมนุมกวีที่ฉินโจวถูกเขาถล่มจนเละเทะขนาดนั้น สมาคมนักเขียนฉีโจวยังกล้ามาชวนเขาไปงา