กติการแต่งกวีมักจะเกิดจากอารมณ์ที่พลุ่งพล่านกลายเป็นแรงบันดาลใจ
ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในออฟฟิศ ถ้าพวกคุณจะบีบให้ผมแต่งกวีให้ได้
ต่อให้ตัวอักษรที่กลั่นออกมาจะหรูหราแค่ไหน ก็ว่างเปล่าและไร้วิญญาณครับ”
แน่นอนว่านี่คือเรื่องไร้สาระ หลินจือไป๋มีบทกวีอยู่ในหัวเป็นกระบุง ใช้ยังไงก็ไม่หมด ไม่มีวันหมดได้เลย
เพียงแต่ในไลฟ์สดต้องดึงเชิงกันบ้าง จะมัวโชว์เทพสร้างความตะลึงให้ผู้ชม
รักษาฐานแฟนคลับจนไม่คำนึงถึงตรรกะพื้นฐานของการสร้างสรรค์งานศิลปะไม่ได้หรอก
ไม่ใช่มีคำกล่าวว่าแบบนี้หรือ ก้าวล้ำหน้ามนุษย์ครึ่งก้าวคือมหาบุรุษ ก้าวล้ำหน้ามนุษย์หนึ่งก้าวคือคนบ้า
ตอนนี้หลินจือไป๋ต้องควบคุมตัวเองไม่ให้ใช้โปรจนเกินงาม อาจจะโดนแบนเข้าสักวันได้
จนกระทั่งมีคนพูดขึ้นในไลฟ์ว่า
‘ข้ออ้างชัดๆ สภาพแวดล้อมจำกัดพรสวรรค์ไม่ได้หรอก’
‘อีกอย่างบทกวีไม่จำเป็นต้องบรรยายสภาพแวดล้อมเสมอไปนี่ คุณจะบรรยายความเศร้าสร้อยอะไรแบบนั้นก็น่าจะได้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ’
‘อย่างเช่นคุณเป็นคนฉินโจวที่มาอยู่ฉีโจว ไม่มีความรู้สึกคิดถึงบ้านบ้างเหรอ? ทุกคนต่างก็มีความทุกข์กันทั้งนั้น’
‘เรื่องพวกนี้เขียนได้หมดนั่นแหละ?’
‘แถมเวลาก็น้อย ไม่มีใครขอให้คุณแต่งให้เจ๋งสุดยอดขนาดนั้นสักหน่อย’
‘ขอแค่พอมีระดับหน่อยก็โอเคแล้ว’
เมื่อเห็นเสียงเหล่านี้ปรากฏขึ้น หลินจือไป๋ก็รู้ทันทีว่าการปูเรื่องของตนมาได้ที่แล้ว
ถ้าไม่มีการปูทางก่อนเลยคงไม่ได้ จะให้เหมือนตอนอยู่ที่เ