ขาหลีซานที่เที่ยวไล่ถามทุกคนว่า
“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมตกปลาได้ตั้งห้าสิบจิน” แบบนั้นก็ไม่ไหว
ตอนนี้ถือว่าดีมาก
มีคนยื่นหน้ามาให้ตบ แถมไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่ดาหน้ามากันเพียบ
ในสถานการณ์แบบนี้หลินจือไป๋จึงลงมือได้อย่างสง่าผ่าเผย
ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับพวกก่อกวนและชอบหาเรื่องในไลฟ์ หลินจือไป๋จึงเอ่ยออกมานิ่งๆ ว่า
“หากกวีไม่ได้กลั่นจากแรงบันดาลใจ ย่อมไร้ความสุนทรีย์ โดยเนื้อแท้แล้วเป็นเพียงแค่…
ยามเยาว์มิซึ้งถึงรสเศร้า หลงรักหอสูง หลงรักหอสูงแสร้งโศก สร้างสรรค์กวีใหม่”
หยุดไปครู่หนึ่ง
หลินจือไป๋เอ่ยต่อว่า
“ทว่าความระทมของผู้ใหญ่ ไหนเลยเอ่ยพรรณนาง่ายดายเพียงนั้น…
แต่ครั้นยามนี้ประจักษ์ซึ้งถึงรสเศร้า ใครเอ่ยจำต้องยั้ง ใครเอ่ยจำต้องยั้ง กลับเอ่ยเพียง ช่างเป็นสารทฤดูเย็นสบาย”
‘เหอะๆ แต่งไม่ออกก็อย่าทำเก๊กเลย’
‘พวกงี่เง่าเพิ่งเคยดูไลฟ์ของท่านมหาเศรษฐีครั้งแรกหรือไง?’
‘ท่านมหาเศรษฐีร่ายมาแล้วนั่น น่าขำที่พวกแอนตี้บางคนยังไม่รู้ตัวเลยสักนิด’
‘ร่ายอะไร?’
‘เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะสรุปให้ฟังเองนะ ดูให้ดีล่ะ :
ยามเยาว์มิซึ้งถึงรสเศร้า หลงรักหอสูง หลงรักหอสูงแสร้งโศก สร้างสรรค์กวีใหม่
ครั้นยามนี้ประจักษ์ซึ้งถึงรสเศร้า ใครเอ่ยจำต้องยั้ง ใครเอ่ยจำต้องยั้ง กลับเอ่ยเพียง ช่างเป็นสารทฤดูเย็นสบาย’
‘นี่…แบบนี้เองเหรอ?’
‘กลางผิงกลางเจ๋อ ผิงผิงเจ๋อกลางเจ๋อ ผิงผิงกลางเจ๋อ ผิงผิงกลางเจ๋อ ผิงผิงกลางเจ๋อ สัมผัสคล้อง