ี้ภาพแบบนี้ควรคู่กับเพลงประกอบที่บีบคั้นหัวใจสุดๆ ด้วย
นี่ไม่ใช่ด้านที่ตัวเองถนัดหรอกเหรอ?
หลินจือไป๋คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย
เมื่อฉากนี้ถ่ายเสร็จผู้กำกับก็เริ่มย้ายฉากไปถ่ายทำอีกช่วงหนึ่ง
การถ่ายทำช่วงที่สองต่อจากเนื้อเรื่องและอารมณ์ของฉากเมื่อครู่พอดี
เป็นหลังจากพระรองส่งนางเอกขึ้นรถของพระเอกไปแล้วรถของตัวเองจอดอยู่ริมทาง
เขานั่งอยู่บนพื้นเพียงลำพังอย่างหมดสภาพ
แปะแปะ
ท้องฟ้าเริ่มมีฝนตกลงมา
แน่นอนว่าเป็นฝนเทียมของกองถ่ายแต่พระรองกลับแสดงได้ถึงบทบาทมาก
การแสดงออกทางอารมณ์นั้นยอดเยี่ยมสีหน้าที่ดูเหมือนเก็บกดเอาไว้แต่กลับแฝงการระเบิดอารมณ์บอกไม่ถูก
ที่แท้เขาก็ไม่ได้ใจกว้างเหมือนภายนอกที่แสดงออกมา
เพียงแต่เมื่อนางเอกมองท้ายรถของพระเอกแล้วน้ำตาไหลตัวเขาเองก็ได้พ่ายแพ้ไปแล้ว
แตงที่เด็ดมาทั้งที่ยังไม่สุกย่อมไม่หวาน
เอาเถอะถึงอย่างนั้น…
หลินจือไป๋ก็เริ่มจะพอเข้าใจตรรกะบางอย่างของพระรองขึ้นมาบ้างแล้ว
ไม่ใช่ว่ายอมรับในนิสัยหรือค่านิยมของพระรองคนนี้หรอก
เพียงแต่นักแสดงที่รับบทพระรองคนนี้ทำได้ยอดเยี่ยมมาก
พลังการแสดงออกทางอารมณ์ส่งมาถึงหลินจือไป๋อยู่บ้างราวกับความรู้สึกเห็นอกเห็นใจตามสัญชาตญาณของมนุษย์ถูกสะกิดเข้า
“เขาชื่ออะไร?”
อู๋เสวียนชะงักแล้วตอบว่า “พานอวี่ค่ะ”
“ผมหมายถึงนักแสดง”
หลินจือไป๋ความจำดีมากก่อนมาเขาได้อ่านบทแล้วย่อมรู้ดีว่าพระรองคนนี้ชื่อพานอวี่
“ชวีเจ๋อค่ะ” อู๋เสวียนบอกชื่อของนัก