แสดงออกมา
หลินจือไป๋พยักหน้าแล้วถามว่า “ชวีเจ๋ออยู่สังกัดไหน?”
อู๋เสวียนยิ้มกล่าว “สัญญาของเขายังอยู่ที่บริษัทเราค่ะ
แต่ถ่ายหนังเรื่องนี้จบก็จะหมดสัญญาพอดี”
“ต่อสัญญากับเขา”
หลินจือไป๋รู้สึกว่าชวีเจ๋อคนนี้มีศักยภาพมากอายุยังน้อยแต่ฝีมือการแสดงกลับไม่เลวทีเดียว
ถึงแม้หน้าตาจะไม่ได้หล่อเหลาเป็นพิเศษอย่างน้อยก็สู้หยางอี้ที่เป็นพระเอกไม่ได้
ไม่อย่างนั้นคงไม่ถูกจัดให้มารับบทพระรองแถมยังเป็นบทพระรองที่คลั่งรักจนยอมทำทุกอย่างขนาดนี้
“รับทราบค่ะ”
อู๋เสวียนพยักหน้า
“เงื่อนไขการต่อสัญญาเดี๋ยวผมจะตรวจสอบอีกที”
หลินจือไป๋รู้สึกว่าชวีเจ๋อคนนี้อนาคตเขาสามารถปั้นได้
ดังนั้นเงื่อนไขการต่อสัญญาจึงจะให้ค่อนข้างดีสักหน่อย
แน่นอนค่าปรับกรณีผิดสัญญาก็น่ากลัวมาก
เพราะหลินจือไป๋รู้ซึ้งดีว่าความสามารถในการปั้นคนของเขานั้นแข็งแกร่งเพียงใด
หากอีกฝ่ายถูกเขาปั้นจนดังบริษัทก็จำเป็นต้องมีอำนาจข่มขวัญและข้อผูกมัดที่เพียงพอ
เพื่อรับประกันว่าศิลปินจะไม่ปีกกล้าขาแข็งคิดบินหนีไป
เพราะยังไงหลินจือไป๋ก็ไม่ได้เปิดโรงทาน
“เข้าใจแล้วค่ะ”
อู๋เสวียนพยักหน้าอีกครั้งในใจประหลาดใจเล็กน้อยที่ท่านตัวแทนเหมือนจะชื่นชมชวีเจ๋อมากขนาดนี้
หลังจากฉากนี้ถ่ายเสร็จหยางอี้ที่รับบทพระเอกก็เดินเข้ารถบ้านของตัวเองไปด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“ผู้กำกับเหนื่อยหน่อยนะคะ”
อู๋เสวียนเดินเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้ม “ท่านตัวแทนหลินของพวกเรามาเยี่ยม