กองถ่ายค่ะ”
“ท่านตัวแทนหลินเหรอ?”
ผู้กำกับชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเห็นหลินจือไป๋
ทันใดนั้นทั้งกองถ่ายก็คึกคักขึ้นมาทันที
“ยินดีต้อนรับครับท่านตัวแทนหลิน!”
ยังไงหลินจือไป๋ก็เป็นถึงตัวแทนของบริษัทร่วมทุนเสินฮวาคุนเผิง
และหนังเรื่องนี้ก็เป็นผลงานที่บริษัทร่วมทุนเสินฮวาคุนเผิงลงทุนสร้าง
ชวีเจ๋อที่รับบทเป็นพระรอง ‘พานอวี่’ ในเรื่องก็รีบเดินเข้ามาหาอย่างกระตือรือร้น
เป็นฝ่ายยื่นมือไปให้หลินจือไป๋พร้อมกับค้อมตัวลงเล็กน้อยแล้วพูดว่า
“สวัสดีครับเจ้านายผมชวีเจ๋อครับ!”
คนอื่นต่างพากันเรียกเขาว่าท่านตัวแทนมีแต่หมอนี่ที่เรียกว่าเจ้านาย
หลินจือไป๋หลุดขำออกมาเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปจับกับอีกฝ่าย
“สวัสดีครับ”
พูดจบหลินจือไป๋ก็เอ่ยชมประโยคหนึ่ง
“ฝีมือการแสดงของคุณไม่เลวเลยบริษัทของเราต้องการคนที่มีความสามารถแบบคุณนี่แหละ”
“ขอบคุณเจ้านายที่เมตตาครับ!”
หลินจือไป๋พบว่าชวีเจ๋อคนนี้ที่รับบทพระรองในหนังเรื่องนี้ดูเหมือนจะแสดงเป็นตัวเองอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
เวลาเขาเผชิญหน้ากับตนก็วางตัวนอบน้อมมากกระทั่งให้ความรู้สึกต่ำต้อยไปบ้าง
แต่คนประเภทนี้หลินจือไป๋ไม่ได้รังเกียจ
ทุกคนต่างก็มีวิถีการเอาตัวรอดที่แตกต่างกันไป
จะเอาความถือตัวของตนเองตัดสินคนอื่นที่วางตัวนอบน้อมต่อหน้าผู้ใหญ่ไม่ได้
ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำร้ายใครจะประจบสอพลออย่างไรก็แล้วแต่
ไม่แน่ประจบจนถึงที่สุดอาจจะมีครบทุกอย่างเลยก็ได้ใครจะไปรู้?
เพราะยัง