รุกเข้าหา เขากลับเอาแต่หลบเลี่ยง…
หรือเพราะไม่กล้าคุยกับฉันกันนะ?
ฉีเจียนเจียพึมพำอยู่ในใจ เหมือนเด็กผู้ชายส่วนใหญ่ อย่างพวกดาราชายที่ดังมากๆ เวลาคุยกับเธอจะดูประหม่าถึงขั้นหน้าแดงใจเต้นรัว ท่าทางกดดันสูงมาก หลินจือไป๋ก็เป็นแบบนั้นด้วยเหรอ?
แต่ปฏิกิริยาของหลินจือไป๋เวลาคุยกับเธอก็ดูเป็นปกติดีนี่นา กระทั่งตอนเล่นเกมวัดใจ หลินจือไป๋ยังกล้าเป็นฝ่ายเชยคางเธอเลย ไม่เห็นจะดูเหมือนคนประหม่าหรือกดดันตรงไหน จะเดี๋ยวนะ!
คงไม่ใช่ว่าหลินจือไป๋ทำเป็นสงบนิ่ง แต่ความจริงเวลาเผชิญหน้ากับฉันในใจปั่นป่วนวุ่นวายไปหมดหรอกนะ?
ไม่อย่างนั้นสถานการณ์ที่ย้อนแย้งแบบนี้มันอธิบายไม่ได้เลย!
ความจริงพอลองมาคิดดูดีๆ ก็มีบางคนที่ปกปิดความรู้สึกเก่งอยู่นะ ทั้งที่ประหม่าแทบตายแต่ภายนอกกลับยังนิ่งเฉยได้ หลินจือไป๋ก็เป็นแบบนั้นเหรอ?
ที่บอกฉันว่าจะนอนแล้วอะไรนั่น คงเป็นแค่คำพูดเลอะเทอะเพราะประหม่าสินะ เอาเถอะ ฉันละจนปัญญากับคุณจริงๆ งั้นจะให้โอกาสคุณอีกสักครั้งแล้วกัน
ฉีเจียนเจียพิมพ์ข้อความต่อ “คุณคิดจะหลอกฉันอีกแล้วนะคราวที่แล้วก็บอกว่าจะนอนแล้วแต่ไม่ได้นอนแถมยังไปโผล่ในกลุ่มอีก…”
คิดครู่หนึ่ง ฉีเจียนเจียเปลี่ยนเครื่องหมายจุดไข่ปลาเป็นสติกเกอร์หน้า ‘น้อยใจ’ ดูน่ารักและอ้อนแอ้นเป็นพิเศษ สติกเกอร์นี้ดาราชายบางคนส่งมาให้เธอตอนทักมาคุยเมื่อกี้ ฉีเจียนเจียแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเหมือนเช่นเคย เธอไม่เคยเข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไม