หลังจากติดต่อกับระบบอย่างเงียบเชียบ เลือกเฟ้นบทเพลงที่ใช่ออกมาสองสามเพลง หลินจือไป๋ก็ตัดสินใจได้
“ขอเวลาผมหน่อย”
หลินจือไป๋พูดพลางเริ่มเขียนเพลงในคอมพิวเตอร์ พร้อมกับใช้ซอฟต์แวร์เรียบเรียงดนตรีแบบง่ายๆ
“เดี๋ยวผมจับเวลาให้”
เยเจินเอ่ยด้วยรอยยิ้มกดดันหลินจือไป๋ตรงๆ “ตอนนี้เวลาห้าโมงสามสิบสามครับ”
หลินจือไป๋ไม่ได้สนใจเขา การจับเวลาไม่มีความหมายเลยเพราะเพลงอยู่ในหัวแล้ว
เขาแค่ต้องคิดว่าจะแสร้งทำเป็นใช้เวลานานแค่ไหน ถึงดูเหมือนเพิ่งเกิดแรงบันดาลใจและความคิดขึ้นมา
ส่วนในห้องไลฟ์สดของทั้งสาม ผู้ชมทุกคนต่างก็เข้าใจสถานการณ์กันแล้ว
‘เกมที่หลินจือไป๋เล่นนี้น่าสนุกดีนะ แต่พี่เจินยังโหดไม่พอ’
‘หัวข้อแอบรักนี่ไม่ถือว่ายากเลย ความยากต่ำความคาดหวังก็ต้องสูง!’
‘จริงๆ เยเจินมีสติดีเลยนะ เพราะการตั้งโจทย์ยากๆ ไม่มีประโยชน์’
‘การแกล้งหลินจือไป๋ก็ไม่ใช่ประเด็น อีกอย่างไม่ว่าหัวข้อคืออะไร’
‘แค่หลินจือไป๋แต่งทำนองสักท่อน แล้วยัดเนื้อร้องให้เข้ากับหัวข้อส่งๆ นับว่าแต่งเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ?’
‘มีเหตุผลพี่เจินสุดยอด!’
‘หัวข้อที่เรียบง่ายพบได้บ่อยๆ ต่างหาก ถึงจะวัดระดับฝีมือที่แท้จริงได้!’
‘เหมือนคนธรรมดาทำอาหารเมนูง่ายๆ รสชาติก็ไม่สู้เชฟ นี่คือการทดสอบพื้นฐานของหลินจือไป๋เลยละ’
‘หลินจือไป๋ก็รู้จักแต่ทำอะไรหวือหวาไร้แก่นสาร’
‘เวลาสั้นแค่นี้เขาจะแต่งเพลงดีๆ อะไรได้ คงงัดมาได้แต่พวกคำซ้ำซากจำเจละมัง’
‘งานสร้างส