เมื่อเห็นหลินจือไป๋กำลังจะเริ่มทำงานอีกชิ้น คอมเมนต์สดในห้องไลฟ์ก็พุ่งขึ้นทันที
ในนั้นย่อมมีผู้ชมบางส่วนที่ยังคงสงสัยในความจริงของเรื่องนี้อยู่ด้วย
‘จะให้เป็นสักขีพยานในปาฏิหาริย์อีกแล้วเหรอ?’
‘โชว์แต่งเพลงในสิบนาทีน่ะเหรอ?’
‘ฉันไม่เชื่อ!’
‘แต่งเพลงที่ไหนมันจะเร็วขนาดนี้?’
‘นั่นสิ!’
‘ฉันยอมรับว่าเพลงเมื่อกี้เจ๋งมาก แต่ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณเพิ่งแต่งสดๆ!’
‘นอกจากจะพิสูจน์ให้เห็น!’
‘ไม่งั้นจะทำกี่งานฉันก็ไม่เชื่อ ทั้งหมดคือบทที่เตรียมไว้ล่วงหน้าชัดๆ!’
‘เห็นด้วย!’
บางครั้งก็ต้องยอมรับว่า ทั้งที่แฟนคลับกว่าร้อยละเก้าสิบแสดงตัวสนับสนุน
แต่เสียงที่บาดหูอีกร้อยละสิบที่เหลือก็ยังยากที่จะมองข้ามไปได้
แน่นอนว่าหลินจือไป๋ไม่ได้รู้สึกว่าเสียงสบประมาทเหล่านั้นบาดหูอะไรนัก
เขาที่เคยผ่านเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วรู้สึกว่า การที่ผู้ชมจะสงสัยนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ช่วยไม่ได้
ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นรายการวาไรตี้ในวงการบันเทิงหรือแวดวงไลฟ์สด ต่างก็เต็มไปด้วยกระแสการปั้นแต่งเรื่องโกหก
มีการวางบทให้เห็นได้ทั่วไป
อีกทั้งผู้ชมชาวฉีโจวก็เพิ่งจะรู้จักเขา ความเชื่อใจที่ยังมีไม่พอก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ต่อให้ไม่คิดจะพิสูจน์ตัวเอง หลินจือไป๋ก็ยังต้องคลายข้อสงสัยให้แฟนคลับของตัวเอง
ที่อาจยังมีความแคลงใจบางอย่างที่ไม่ยอมพูดออกมาเพราะความเชื่อมั่นที่มีต่อเขา
เขาจึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า
“ไม่ว่าจะเป็นรายการ ‘เยือนเขาลี่