ต่จ้องมองเธอด้วยความลังเล อยากเอ่ยปากไปแต่ใจก็ลังเล”
‘หือ?’
‘เพลงนี้ดูไม่เลวแฮะ?’
หัวใจของผู้ชมสั่นไหวเล็กน้อย ความจริงเพลงส่วนใหญ่จะเพราะหรือไม่ แค่ฟังท่อนแรกก็พอจะตัดสินเบื้องต้นได้แล้ว แต่คุณภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไร ต้องฟังให้จบเพลงถึงสรุปได้
ในไลฟ์สด หลินจือไป๋ยังคงร้องเพลงต่อไป
“คืนหนึ่งสายลมสารทเริ่มพัดพา ทิ้งเรื่องราวล้ำค่าไว้ที่ริมหน้าต่างของเธอ
เด็กหนุ่มผู้เดียวดายไม่กลัวความเหงา วนเวียนใต้เงาไม้จนจันทร์กระจ่างฟ้า
ลมหนาวพัดผ่านไปกี่วันเวลา เหตุใดเธอที่ริมหน้าต่างไม่เคยเหลียวมอง
อักษรรักที่สลักไว้บนกรอบหน้าต่าง ไร้ค่าดังฝันที่แตกสลาย
คืนนี้เด็กหนุ่มพรั่งพรูความช้ำในใจ มีใครบางหลงใหลอยากฟังอีกครั้ง
เสียดายเด็กหนุ่มผู้รักมั่น รู้เพียงบทนำที่ผ่านไป ภาวนาในใจให้บทจากนี้เป็นฝันที่แสนดี…”
สีหน้าของเยเจินแข็งค้าง เนื้อร้องตรงตามหัวข้อ! ท่วงทำนองสอดประสานกับห้วงอารมณ์!
นี่คือเรื่องราวการแอบรัก ชายหนุ่มคนนั้นไม่มีความกล้าที่จะสารภาพรัก เพียงบอกใบ้อย่างคลุมเครือต่างๆ นานา แสดงความรักอย่างลับๆ แต่น่าเสียดายที่ความลับไม่เคยได้รับการตอบสนองเลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายได้รับสัญญาณนั้นหรือเปล่า
ส่วนคำว่าบทนำในชื่อเพลง ความจริงหมายถึงเรื่องราวที่ยังไม่จบและมีตอนต่อไป อีกทั้งยังสื่อถึงความหวังในอนาคตของชายหนุ่มคนนั้นด้วย
เรียกได้ว่าการออกแบบในทุกๆ ด้านของหลินจือไป๋นั้นสมบูรณ์แบบ เยเจินถึง