’
‘พี่ชายข้างบนแนะนำให้คุณไปสืบข้อมูลที่ฉินโจวดูสักหน่อยนะว่าใครคืออูฉือ…)’
หลินจือไป๋พบว่าในหมู่ผู้ชมมีคนที่รู้เรื่องจริงๆ อยู่ด้วย น่าจะเป็นพวกนักเรียนนอกจจากฉินโจวที่มาเรียนต่อที่ฉีโจวละมัง?
แต่เห็นได้ชัดว่าเสียงของคนที่รู้เรื่องนั้นเบาเกินไป ย่อมถูกกลบหายไปอย่างรวดเร็ว!
ผู้ชมชาวฉีโจวไม่รู้เลยว่าความเร็วในการแต่งเพลงของอูฉือมันบ้าคลั่งขนาดไหน!
ตอนนี้หลินจือไป๋รู้สึกอิ่มเอมที่เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปซึมซับความหลัง โอบกอดความทรงจำเก่าๆ บางครั้งเขาก็ยังนึกถึงช่วงเวลาที่เคยไลฟ์สดในฐานะอูฉือ การได้ลับฝีปากและดวลไหวพริบกับผู้ชมมันสนุกจริงๆ!
เมื่อคิดได้เช่นนี้!
หลินจือไป๋ไม่ได้เถียงกับคอมเมนต์สดเพียงแค่ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ผมคิดชื่อเพลงไว้แล้วชื่อว่า ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ แล้วกันครับ พวกเรามาทำดนตรีแบบง่ายๆ กันก่อน”
ใช่แล้ว!
เพลงที่หลินจือไป๋แต่งตามสั่งสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือเพลง ‘ดาวจรัสฟ้าแห่งยุคจลาจล’ ที่เฉินเสียวชุนเคยร้องไว้ในภาพยนตร์ซีรีส์เรื่องกูหว่าไจ๋นั่นเอง!
รัวนิ้วพิมพ์หลินจือไป๋เปิดโปรแกรมทำดนตรีและเริ่มลงมือทำงาน!
ถ้าทำนองเพลงคือโครงสร้าง การทำดนตรีก็คือการแต่งหน้าแต่งตัวให้กับคนคนนี้!
เนื่องจากหลินจือไป๋มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบอยู่ในใจอยู่แล้ว แถมยังเป็นการทำดนตรีแบบคร่าวๆ ความเร็วจึงสูงมาก!
“เรียบร้อย!”
เมื่อทำดนตรีคร่าวๆ เสร็จเรียบร้อยหลินจือไป๋ก็เผยรอยยิ้มประณีต หรี่ตาห