ับ พวกเรายังต้องจองตั๋วอีกนะ” มีคนบ่นพึมพำเบาๆ ผู้กำกับเองก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ช่วยไม่ได้เพราะเรื่องนี้หารือกันมาหลายวันและเพิ่งจะได้ข้อสรุปวันนี้
“ผมจะไปเซินเฉิงครับ” หลินจื้อไป๋เอ่ยขึ้น “ถ้าเป็นทางผ่าน เพื่อนๆ คนไหนก็ไปพร้อมกันได้นะครับ”
ทุกคนไม่ได้พูดอะไร คาดว่าคงไปคนละทาง แต่จู่ๆ เย่อิ๋งก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ฉันก็ไปเมืองเซินเฉิงค่ะ งั้นเรามาจองตั๋วเครื่องบินพร้อมกันเถอะ”
“ไม่ต้องครับ” หลินจื้อไป๋เอ่ย “เครื่องบินของผมจอดอยู่ที่สนามบินใกล้ๆ นี่แล้ว”
ในชาติก่อนการเดินทางด้วยเครื่องบินในประเทศต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าหนึ่งวัน แต่ที่บลูสตาร์แค่สองชั่วโมงก็พอแล้ว
เครื่องบิน?
ทุกคนประหลาดใจเล็กน้อย เย่อิ๋งยิ้มแล้วพูดว่า “ว้าว สมกับเป็นคุณชายตระกูลมหาเศรษฐีจริงๆ คุณมีเครื่องบินส่วนตัวเลยเหรอ งั้นฉันขอไปด้วยคนได้ไหม?”
หนิงหลิงยกมือขึ้น “ฉันด้วย ฉันด้วย!”
ฉีเจียนเจียลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เอ่ยว่า “ฉันก็ไปทางนั้นเหมือนกันค่ะ”
ทุกคนต่างก็อยากจะไปพร้อมกับหลินจื้อไป๋ ใครกันจะไม่อยากขอนั่งเครื่องบินส่วนตัวไปด้วยล่ะ ประสิทธิภาพสูงแถมยังประหยัดเวลาไปได้ตั้งเยอะ
เย่เจิ้นรู้สึกอิจฉาเล็กๆ จึงเอ่ยขึ้นว่า “คนเยอะขนาดนี้ นั่งไม่พอหรอก เจียนเจีย พวกเราไปพร้อมกันเถอะ”
ทุกคนลองคิดดูแล้วก็เห็นด้วย คนมันเยอะเกินไปจริงๆ เครื่องบินส่วนตัวไม่มีทางนั่งพอแน่ๆ
“เครื่องบินของคุณนั่งได้กี่คนเหรอ?”