“ช่างเถอะ ให้สุภาพสตรีไปก่อนแล้วกัน พวกเราแขกรับเชิญชายซื้อตั๋วเครื่องบินไปเอง”
“ใครมีธุระด่วนก็ไปกับหลินจื้อไป๋ก่อนเถอะ”
ทุกคนเริ่มแสดงความเกรงใจ
หลินจื้อไป๋ถามอย่างสงสัยว่า “แค้แขกรับเชิญสิบหกคนกับทีมงานอีกไม่กี่คนไม่ใช่เหรอครับ?”
แขกรับเชิญทั้งหมดกับทีมงานของรายการอีกไม่กี่คน รวมแล้วก็แค่ยี่สิบกว่าคน เครื่องบินส่วนตัวลำใหญ่ที่คุณปู่ยกให้หลินจื้อไป๋นั่งได้สบายๆ ห๊ะ?
ทุกคนมองหลินจื้อไป๋ด้วยความตกตะลึง ดูเหมือนหลินจื้อไป๋จะพูดเรื่องที่น่าตกใจออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสนจะธรรมดา
คอมเมนต์สดเองก็ชะงักไปเช่นกัน หลินจื้อไป๋รู้ตัวไหมว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่นะ? เครื่องบินส่วนตัวลำใหญ่แค่ไหนกันถึงนั่งได้ยี่สิบกว่าคน
‘เดี๋ยวนะ!’
‘เครื่องบินส่วนตัวของเขาคงไม่ใช่ว่าเป็นลำยักษ์หรอกนะ?’
‘เชดดด ท่านมหาเศรษฐีถึงขั้นเลี้ยงเครื่องบินส่วนตัวลำใหญ่ได้เลยเหรอเนี่ย?’
‘ถึงฉันจะรู้ว่าท่านมหาเศรษฐีมาจากตระกูลร่ำรวย แต่นี่มันก็เว่อร์เกินไปหน่อยไหม?’
‘เครื่องบินส่วนตัวระดับไหนกัน?’
ผู้ชมต่างพากันสงสัย แขกรับเชิญเองก็ถูกหลินจื้อไป๋ทำให้ตกใจไม่น้อย แม้แต่พวกจางซีหยางที่คุ้นเคยกับหลินจื้อไป๋ดีก็ยังไม่เคยเห็นเครื่องบินส่วนตัวที่เขาพูดถึงเลย ตอนที่ไปร่วมงานประชุมกวีนิพนธ์หลินจื้อไป๋เคยนั่งเครื่องบินส่วนตัวไปก็จริง แต่นั่นเป็นเพียงลำเล็กที่นั่งได้ไม่กี่คนเท่านั้น
“คุณหมายความว่าคนเยอะขนาดนี้ก็นั่งพอเหรอ?” ฉีเทียนเหวินยิ