ไม่ถือว่าเป็นสมบัติของครอบครัวสามี
ในเมื่อเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง ราชสำนักย่อมไม่อาจเข้าไปยุ่มย่ามกับสินเดิมของลูกสะใภ้ในเรือนผู้อื่น
ด้วยเหตุนี้ แม้จะเป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ภรรยาของพวกเขาจะครอบครองร้านค้าสักหลายร้านก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อผู้เป็นสามีจึงมักทำการค้ากันอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้ออกหน้าเองก็เท่านั้น
“ขอถามว่านายท่านผู้เฒ่าแซ่ซุนใช่หรือไม่?” พี่เป้าไม่ได้พูดถึงเรื่องของสกุลจูมากเกินจำเป็น
จะอย่างไรฐานะของอีกฝ่ายก็ยังไม่ชัดเจน เป็นใครก็ยังไม่รู้ พูดมากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้
“ใช่แล้ว ข้าแซ่ซุน วันนี้คนใช้ในเรือนบังเอิญซื้ออาหารจากร้านพวกเจ้ากลับไป แม้รสชาติจะใช้ได้ แต่อุ่นนานเกินไปจนสูญเสียความสดใหม่ จึงรู้สึกว่าน่าเสียดาย…” นายท่านผู้เฒ่าซุนลูบหนวดเคราสีขาวดอกเลาของตนเองพลางกล่าวว่า “ข้าจึงอยากมาลองกินที่ร้านด้วยตนเอง”
พี่เป้าอึ้งไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าแผงขายอาหารของตนจะชักนำนายท่านผู้เฒ่าท่านนี้มาเสียได้
แต่เขาไม่ได้ถามมากไปกว่านั้น ได้แต่เชื้อเชิญอีกฝ่ายนั่งลง แล้วถามอย่างกระตือรือร้นว่าต้องการรับประทานสิ่งใด
“ร้านพวกเจ้ามีอะไรบ้าง?”
“เสี่ยวเจี่ยง เจ้ามาแนะนำหน่อย…” พี่เป้ารู้ว่าตนเองพูดไม่เก่งเท่าเจี่ยงโหย่วเซิงจึงเรียกอีกฝ่ายมาทันที
เจี่ยงโหย่วเซิงตื่นเต้นยิ่งนัก นี่คือนายท่านผู้เฒ่าซุนเชียวนะ คิดไม่ถึงว่าจะมากินข้าวที่ร้านพวกข้าด้วย