แผนเดิมที่เคยใช้กับเย่อิง ครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ผลแล้ว
ฉีเจียนเจียยังคงนิ่งเฉย ส่วนทุกคนพากันหัวเราะร่าแล้วพูดว่า “หลินจือไป๋ ช่วยเปลี่ยนมุกหน่อยได้ไหม?”
“ครั้งนี้ของจริงนะ”
หลินจื้อไป๋แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงของทุกคน เขาปล่อยมือจากคางของฉีเจียนเจีย แล้วเปลี่ยนมาจับมือของเธอแทน
แบบนี้ต้องรุกลับสักหน่อยแล้วไหม?
ฉีเจียนเจียใช้นิ้วเกาอุ้งมือของหลินจื้อไป๋ทันที เมื่อวานเธอก็หาข้อมูลมาเหมือนกัน น่าจะเจอเว็บบอร์ดเดียวกับที่เย่อิงเจอ
หลินจื้อไป๋รู้สึกคันยิบๆ ที่อุ้งมือ อัตราการเต้นของหัวใจเริ่มเร็วขึ้นเล็กน้อย
ฉู่ฉูตะโกนบอก “หลินจื้อไป๋ หัวใจคุณเต้นแรงขึ้นแล้ว!”
หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “เพราะผมชอบเจียนเจียอยู่แล้ว พอมาอยู่ต่อหน้าคนที่ชอบ หัวใจก็ต้องเต้นแรงเป็นธรรมดา จริงสิ เจียนเจีย ผมแต่งกลอนรักให้คุณบทหนึ่งนะ”
กลอนรัก?
คิดจะใช้ความสามารถมาจีบฉันเหรอ?
ฉีเจียนเจียยิ้มเอ่ย “งั้นคุณก็ร่ายมาสิ”
หลินจือไป๋มองไปที่ทุกคน แล้วหันกลับมามองฉีเจียนเจีย พลางพูดอย่างแผ่วเบา
“ปูกำลังแกะเปลือกของผม”
“สมุดบันทึกนั้นกำลังเขียนตัวผม”
“ตัวผมเต็มท้องฟากำลังร่วงหล่นลงมาบนใบเมเปิลและเกล็ดหิมะ”
“และคุณกำลังคิดถึงผม”
ประโยคเหล่านี้ทุกคำทุกคนล้วนรู้จักดี แต่พอเอามารวมกัน ทุกคนกลับนิ่งอึ้ง ไม่เข้าใจเลยว่ามันหมายความว่าอะไร
“ที่นายร่ายบ้าอะไร ห่วยแตกไม่ได้เรื่อง?”
เย่เจิ้นโพล่งออกมา แม้น้ำเสียงเหมือนพูดเล่น แต่ก็ยั