!’
‘อึ้งไปเลย!’
‘จังหวะนี้ฉันขอคุกเข่าโขกหัวคารวะท่านมหาเศรษฐีงามๆ สักทีเลย!’
‘ท่านปรมาจารย์ โปรดรับการคารวะจากศิษย์ด้วย’
‘บทกวีนี้ล้ำเลิศกว่าบทที่แล้วอีก!’
‘เคโอ!’
‘ฉันมั่นใจว่าเรื่องจีบสาวในชีวิตนี้ไม่เคยแพ้ใคร ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะมาเจอยอดฝีมือของจริงเข้าให้ ที่สำคัญเขาไม่ได้พึ่งเทคนิคหรือหน้าตาเลย!’
‘ไม่มีเทคนิค มีแต่ความสามารถล้วนๆ!’
‘ถ้าฉันเป็นเจียนเจีย ฉันก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน ความสามารถนี้มันเก่งกาจเกินไปแล้ว!’
‘บทกวีเมื่อกี้ก็ว่าสุดยอดแล้ว บทนี้ยิ่งคลาสสิกขึ้นหิ้งเลย !’
ผู้ชมตกตะลึง!
แขกรับเชิญตกตะลึง!
หัวใจของฉีเจียนเจียเต้นอย่างบ้าคลั่ง!
บทกวีนี้หลินจือไป๋แต่งขึ้นเพื่อเธออย่างนั้นเหรอ?
ความจริงแล้วฉีเจียนเจียคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่านี่เป็นแค่เกม การสารภาพรักหรืออะไรก็ตามของหลินจือไป๋ล้วนเป็นเรื่องโกหก
การยั่วยวนของเธอ หรือจะบอกว่าการอ่อยหลินจือไป๋ก็เป็นแค่การเล่นละครสร้างสีสันให้รายการไปด้วย ซึ่งจุดประสงค์สุดท้ายคือการเอาชนะเย่อิง
ด้วยเหตุนี้ในบทกวีบทแรก ฉีเจียนเจียเลยพอจะต้านทานได้!
แต่พอได้ยินบทกวีสมัยใหม่บทที่สองของหลินจือไป๋ ฉีเจียนเจียกลับทนไม่ไหวจริงๆ!
บางครั้งคนเราก็มักมีความหวังที่เลื่อนลอยทั้งที่รู้ว่าเป็นเรื่องโกหก
แขกรับเชิญคนอื่นมองหลินจือไป๋ถึงกับมองออกถึงร่องรอยการแสดง แต่ฉีเจียนเจียที่อยู่ในเกมกลับตกอยู่ในภวังค์
บทกวีทั้งสอง ยังไงซะมันอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได