รอคะ?”
หวั่นไหวกับผีน่ะสิ ฉันขาดออกซิเจน!
อัตราการเต้นของหัวใจหลินจือไป๋กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
เยอิงขมวดคิ้ว ไม่รู้วานึกอะไรขึ้นมาได้ จู่ๆ ก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง จากนั้นค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้หลินจือไป๋ทีละนิด
“ว้าว!”
เฉวียนตะโกนลั่น “เยอิงใช้ท่าไม้ตายแล้วค่ะ นี่เป็นระยะที่ชวนให้คิดไปไกลสุดๆ เลย หลินจือไป๋จะทนไหวไหมนะ!”
คำตอบคือทนไหว
แม้ว่าเยอิงจะอยู่ใกล้เขามาก ใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงนิดเดียว กระทั่งมองเห็นรูขุมขนของกันและกันได้ แต่ทั้งคู่ก็ยังคงสงบนิ่ง
เยอิงกะพริบตาโปรยเสน่ห์
หลินจือไป๋รีบสะบัดมือทั้งสองข้างไปมา ทำทีแกล้งเหมือนถูกไฟดูด จนเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน
“แต่แล้ว อัตราการเต้นของหัวใจเขากลับยังคงอยู่ที่แปดสิบกว่าๆ เสน่ห์ใช้ไม่ได้ผลแล้วสิ”
เสียงของฉีเจียนเจียดังก้องเข้าหูเยอิงอย่างเนิบๆ
เยอิงทนการพูดยั่วยุของฉีเจียนเจียไม่ได้เลย กัดฟันยื่นปากเข้าไปใกล้หูขวาของหลินจือไป๋ พลางกระซิบว่า “พี่ชายคะ~”
“อากกกก!”
หลินจือไป๋ยังพอทนได้ แต่แขกรับเชิญชายคนอื่นๆ ทนไม่ไหวแล้ว!
โดยเฉพาะฉีเทียนเหวินและกู่ซิง ทั้งสองคนใบหน้าถึงกับเขียวคล้ำ
ตั้งแต่เยอิงเข้าวงการมา ไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลย! ต่อให้นี่จะเป็นแค่เกมก็ตาม!
ทั้งสองคนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเมื่อกี้พวกเขาต้านทานแผนการจ้องตาของเยอิงได้ จะมีเซอร์วิสแบบนี้บ้างหรือเปล่า?
ยิ่งคิดทั้งคู่ก็ยิ่งรู้สึกทรมาน สายตาที่มองหลินจือไป๋เริ