้นับว่าเป็นเพื่อนของหลินจือไป๋ เขาความรู้สึกว่าเข้ากับเด็กสาวสองคนนี้ได้ดีทีเดียว ส่วนพวกจางซีหยาง โจวหานจิ้น และคนอื่นๆ ที่มาจากฉินโจวนั้น เดิมทีก็เป็นเพื่อนของหลินจือไป๋อยู่แล้ว
ตอนนี้เอง ผู้กำกับแท็กทุกคนในกลุ่มใหญ่ “พรุ่งนี้พวกเรามาเล่น ‘เกมวัดใจ’ กัน ผู้ชนะจะได้รับเหรียญดอกท้อนะคะ!”
“เกมวัดใจเหรอ?” หลินจือไป๋ยังไม่เข้าใจวามันคืออะไรกันแน่ จนกระทั่งผู้กำกับส่งวิธีเล่นเกมมาให้ หลินจือไป๋ถึงได้กระจ่าง
ที่แท้ก็ของแบบนี้เอง คือให้แขกรับเชิญสองคนทำกิจกรรมร่วมกันหลายๆ อย่าง จากนั้นก็วัดอัตราการเต้นของหัวใจของทั้งสอง ใครใจเต้นแรงกว่าคนนั้นแพ้ ในการเล่นเกมเพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายหัวใจเต้นเร็วขึ้น สามารถพูดคำพูดที่ค่อนข้างแรง เกินเลย หรือทำท่าทางกระตุ้นอารมณ์อะไรทำนองนั้นได้
อย่างเช่น แขกรับเชิญหญิงส่งสายตาหยาดเยิ้มให้แขกรับเชิญชายในระหว่างการเล่นเกม หากแขกรับเชิญชายเกิดจินตนาการเตลิด หัวใจก็จะเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งเลยไม่ใช่เหรอ? แน่นอนแขกรับเชิญชายก็สามารถเก๊กหล่อใส่แขกรับเชิญหญิงได้เหมือนกัน ไม่แน่ว่าแขกรับเชิญหญิงอาจจะหัวใจเต้นเร็วเพราะเหตุนั้นก็ได้
สรุปแล้วนี่คือเกมแข่งขันว่าใครจะ ‘ตายด้าน’ ได้มากกว่ากัน หลินจือไป๋ไม่ได้มีความคิดลามกกับบรรดาแขกรับเชิญหญิงมากนัก เขาจึงรู้สึกว่าเกมนี้ตนเองน่าจะคุมสถานการณ์อยู่ หากคุมไม่อยู่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะยังไงระบบก็ไม่มีสูตรโกงด้านนี้ให้
“เกมวัดใจ!?”
ใ