นหรือยัง?”
ไม่กี่วินาทีต่อมา หลินจือไป๋ตอบกลับมาว่า “อืม”
ฉีเจียนเจียเบิกตากว้าง “แค่นี้เองเหรอ?”
เธอพิมพ์ต่อว่า “รักษาสุขภาพดีจัง นอนไวขนาดนี้เลย”
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เมื่อมองดูข้อความสุดท้ายที่ส่งไปแต่กลับไม่มีการตอบรับเลย ฉีเจียนเจียก็เริ่มนอนไม่หลับขึ้นมา “เขาคงจะง่วงมากแล้วละมัง?”
ฉีเจียนเจียคิดว่าต้องเป็นเพราะเมื่อคืนเขาดื่มไปเยอะมาก ก็เลยง่วงไม่ไหวแล้ว… “เขาเองก็คงจะลำบากใจเหมือนกันนะ… ทั้งที่คงอยากจะคุยกับฉันต่ออีกสักหน่อยแท้ๆ”
บ้านสีน้ำเงิน บนเตียงหลังจากปิดไฟแล้ว หลินจือไป๋เห็นหนิงหลิง, หลานเหย, ฉีเจียนเจีย, ฉีเทียนเหวิน และกูสิง กับคนอื่นๆ แอดเพื่อนมา เขาก็กดตกลงไปอย่างนั้น ใครส่งข้อความมาก็ตอบกลับไปสองสามประโยคตามมารยาท
เกรงว่าตอนที่รายการวาไรตี้นี้เริ่มใหม่ๆ บรรดาคนดังของฉีโจวพวกนี้คงมองว่าเขาเป็นแค่คนไม่มีชื่อเสียง เลยไม่ได้สนใจจะแอดเป็นเพื่อนก่อน ใครจะไปรู้ว่าพอรายการออกอากาศต่อเนื่อง ชื่อเสียงของหลินจือไป๋ก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนคงรู้สึกว่าในอนาคตหลินจือไป๋อาจจะโด่งดังเป็นพลุแตกในฉีโจว ถึงได้เป็นฝ่ายแอดเพื่อนมาสินะ?
หลินจือไป๋เข้าใจแบบนั้น แน่นอนว่าอาจจะเป็นเพราะเขาคิดเล็กคิดน้อยไปเองก็ได้ แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญ เพราะยังไงการที่หลินจือไป๋มาออกรายการนี้ก็ไม่ได้มาเพื่อหาเพื่อนอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังนับว่าได้เพื่อนชาวฉีโจวมาแล้ว เช่น ฉูฉู และเยอิง ชาวฉีโจวสองคนนี