ศิลปินเพียงคนเดียวในสี่จตุรเทพที่เชี่ยวชาญทั้งสามด้าน เยเจิ้นประสบความสำเร็จทั้งในวงการหนัง ละคร และเพลง จะบอกว่าพรสวรรค์ล้นเหลือก็คงไม่เกินไป!
“มีอีกไหม?”
“งั้นขอข้อสุดท้ายแล้วกันนะ”
ฉีเจียนเจียลูบผมพลางเอ่ยว่า “เขาต้องเป็นฝ่ายเข้าหาฉันก่อน ไม่ใช่ให้ฉันพยายามเข้าหาเขา”
วะฮ่าๆๆ!
เยเจิ้นได้ยินประโยคนี้แล้วตื่นเต้นจนเกือบจะหลุดขำออกมา!
ก็เขาเป็นฝ่ายรุกเข้าหาฉีเจียนเจียอย่างหนักมาตลอดไม่ใช่เหรอ!
เยอิงกลับดูเหมือนดีใจขึ้นมา เอ่ยยิ้มๆ ว่า “งั้นนับว่าเธอผ่านแล้วกันนะ”
“ได้”
ฉีเจียนเจียพูดพลางหมุนขวด ปรากฏว่าปากขวดเล็งตรงไปที่หลินจือไป๋
หลินจือไป๋ถึงกับอึ้ง “พวกคุณเล่นโกงกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้เลยเหรอเนี่ย ให้คนอื่นมีส่วนร่วมบ้างจะได้ไหมล่ะ”
“พวกเราไม่ถือสา!”
พวกที่ยังไม่โดนหมุนใส่ต่างพากันแอบขำ ใครจะไปรู้ว่าตัวเองจะโดนถามอะไรบ้าง แกล้งตายนั่งกินแตงโมดูคนอื่นโดนถามคำถามยากๆ ดีกว่า
“ถามมา”
หลินจือไป๋คิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้มีแอร์ไทม์เพิ่มขึ้น
ฉีเจียนเจียเหลือบมองเยอิงแล้วเอ่ยว่า “งั้นฉันขอถามเรื่องสเปกในอุดมคติของอาจารย์ไปตี้บ้างแล้วกันค่ะ คราวนี้ห้ามบอกว่าเหมาหมดอีกนะ พวกเราอยากฟังความจริง”
“ความจริง?”
หลินจือไป๋ยิ้มพลางเอ่ยว่า “งั้นผมจะพูดความจริงเลยนะ สิ่งที่เรียกว่าสเปกในอุดมคติ มันคือจินตนาการอันสวยงามที่เกิดขึ้นก่อนจะเจอคนที่ชอบ แต่ความจริงผมไม่มีจินตนาการแบบนั้นหรอก เพราะวินาท