าขวดหนึ่งก็ดื่มไม่หมดด้วยซ้ำ’
‘พวกเธอไม่รู้สึกว่าประโยคนี้ของมหาเศรษฐีมีความหมายลึกซึ้งเหรอ?’
‘เหมือนกำลังพูดถึงโคลา แต่ความจริงไม่ได้พูดถึงแค่โคลา แน่นอนฉันหวังว่าพวกเธอจะไม่มีวันเข้าใจประโยคนี้’
‘มหาเศรษฐีเจ๋งอะ! จู่ๆ ประโยคนี้ก็ดูมีนัยยะขึ้นมาเลย!’
หลินจือไป๋แค่พูดถึงโคลาอย่างผิวเผินจริงๆ แต่ก็ห้ามผู้ชมหลายคนที่ขยันตีความกันเองไม่ไหว คงเพราะหลายคนเคยผ่านเรื่องราวบางอย่างในชีวิตมาละมัง
ด้านข้าง เยอิงได้ยินประโยคนี้แววตาพลันเปล่งประกายเอ่ยว่า “งั้นโคลาที่เหลืออีก 10 เหวินนั่น เอามาให้ฉันดื่มเถอะ!”
อากาศร้อนมากแถมยังอยู่กลางแจ้งอีก แม้ทีมงานจะเตรียมพัดลมตัวใหญ่ไว้ให้แล้ว แต่ก็ช่วยดับความรู้สึกร้อนอบอ้าวที่อุดอู้อยู่ในอกไม่ได้เลย เวลาแบบนี้โคลาจึงล้ำค่าขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะขวดที่เพิ่งออกจากตู้เย็นได้ไม่นาน
“อะ”
หลินจือไป๋ก็ไม่อยากดื่มต่อแล้วพอดี จึงส่งให้เยอิง เธอรับไปแล้วดื่มอึกใหญ่ทันที
“อ๋อ… นี่พวกเธอจูบทางอ้อมกันอยู่นะ!” ฉูฉูพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ ไม่รู้เพราะอากาศร้อนหรือเพราะอะไรกันแน่
เยอิงชะงักก่อนจะโต้ตอบอย่างมีหลักการว่า “เรื่องนี้เธอไม่เข้าใจ ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพื่อเวทีนะ อากาศร้อนขนาดนี้ถ้าคอฉันแห้งเกินไปจนส่งผลกับการร้องเพลงจะทำยังไง?”
เหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ฉูฉูเกาหัวแล้วกัดฟันพูดว่า “ให้ฉันดื่มด้วยคนสิ!”
“อะ”
เยอิงส่งให้ฉูฉู
ฉูฉูไม่ลังเลรับโคลามาดื่มอึกหนึ่ง แล้วจาก