นั้นก็พบว่าหานเยว่ช่วงกำลังแอบมองเธออยู่เงียบๆ
“เอาไหม?”
“อืม เพื่อเวที!” หานเยว่ช่วงพูดด้วยสีหน้าจริงจังพลางดื่มอึกใหญ่
ทั้งสี่คนร่วมมือกันจนโคลาหมดขวด
ความจริงข้ออ้างที่ว่าเพื่อเวทีนั้นพวกเธอทั้งสามก็ยังไม่เชื่อเลย แค่เพราะทุกคนไม่นึกรังเกียจกันและกันก็เท่านั้นเอง ถ้าโคลาคำแรกไม่ใช่หลินจือไป๋เป็นคนดื่ม ทั้งสามคงไม่มีทางดื่มน้ำขวดเดียวกันแบบนี้หรอก
แน่นอนว่ากล้องไลฟ์สดถ่ายภาพฉากนี้ไว้ได้
‘กลุ่มสีน้ำเงินความสัมพันธ์ดีจัง!’
‘ไม่รังเกียจน้ำลายกันเลย’
‘อยากดื่มน้ำที่มหาเศรษฐีเคยดื่มจัง!’
‘อยากดื่มน้ำที่อิงอิงเคยดื่มบ้าง!’
‘ฉันอยากดื่มที่ฉูฉูเคยดื่ม!’
‘ที่เยว่ช่วงเคยดื่มฉันก็เอา!’
‘พวกโรคจิตพวกนี้ เอาแค่ขวดเปล่ามาให้ฉันก็พอ!’
‘ฉูฉูนี่บื้อจัง เห็นชัดเลยว่าอิงอิงน่ะอยากให้เธอดื่มด้วย จะได้ไม่มีใครหาว่าเธอจูบกับมหาเศรษฐีทางอ้อมไง!’
‘อีกอย่างถ้าอยากชุ่มคอก็ควรดื่มน้ำเปล่าไม่ใช่เหรอ มีที่ไหนมาดื่มโคลา คิดว่าฉันไม่รู้ประสีประสาหรือไง!’
ท่ามกลางการถกเถียงของผู้ชม ก็มีเสียงเพลงดังมาจากบนเวที ที่แท้จางซีหยางก็กำลังร้องเพลงอยู่ ทันทีที่เพลงนี้ดังขึ้น ทั้งลานกว้างพลันเงียบกริบ!
มือคู่หนึ่งที่ไม่อาจเติมแต่งสิ่งใด กลับมอบความอบอุ่นไว้เบื้องหลังเสมอมา
แม้ในคราแรกยังคงห่วงใย ไม่รู้จักถนอมไว้น่าละอายใจเหลือเกิน
แม้ดนตรีที่หลงใหลเธอไม่ชื่นชม แต่รักของแม่มั่นคงไม่เสื่อมคลาย
ตัดสินใจทลายความสับสนในใจ ทดแ