ากเตียงทันทีเลยเนี่ย!’
หลินจือไป๋ค่อยๆ เอื้อมมือขึ้นมาจัดทรงผมอย่างใจเย็น พลางเอ่ยกับกล้องอย่างขิงเล็กน้อยว่า “เอาละครับทุกคน ไม่ต้องลุกขึ้นยืนหรอก นั่งลงเถอะ”
แม้เกมอาจจะแพ้ แต่เห็นได้ชัดว่าหลินจือไป๋ไม่ได้แพ้เลย สำหรับหลินจือไป๋แล้ว เหรียญดอกท้อเป็นแค่ตัวเลข แต่ความหล่อและความแอคนั้นเป็นภารกิจชั่วชีวิต
พรูด!
วินาทีนี้ ขณะที่ผู้ชมตกตะลึงก็ขำกลิ้งกับปฏิกิริยาขี้อวดของหลินจือไป๋ไปด้วยเช่นกัน ค่าความประทับใจที่ทุกคนมีต่อมหาเศรษฐีแห่งเขาหลีชานคนนี้ถูกดึงขึ้นเต็มพิกัด!
‘ฮ่าๆๆๆๆ รู้ว่าเก่งจ้า! น่ารักน่าหยิกจริงๆ เลย!’
‘ท่านมหาเศรษฐีทำฉันขำแทบตาย หล่อได้ไม่เกินสามวิจริงๆ นะ!’
‘ทำตัวขรึมๆ เก๊กหล่อหน่อยไม่ได้หรือไง!’
‘งั้นฉันนั่งนะ?’
‘ไม่ล่ะ ทุกคนลุกขึ้นยืน!’
‘รอบนี้โดนท่านมหาเศรษฐีเก๊กใส่เข้าเต็มเปาเลย ให้ตายเถอะ พับผ่าสิ ที่แท้เพลงนี้มหาเศรษฐีก็เป็นคนแต่งเหรอ!’
‘พลิกสุด!’
‘เอวฉันแทบเคล็ดเลย!’
‘อากกกก เพลงนี้ของท่านมหาเศรษฐีทำเอาฉันร้องไห้แทบตาย น้ำตาไหลพรากเลย!’
จะว่าไปแล้ว ทันทีที่รู้ที่มาของเพลงนี้ สายตาที่ทุกคนมองหลินจือไป๋ก็เปลี่ยนไป รู้สึกว่าระดับความเท่ของเขาพุ่งสูงขึ้นในพริบตา
ทว่าพอเจอมุกตลกที่แสร้งทำเก๊กเพียงประโยคเดียวของหลินจือไป๋ ทุกคนก็รู้สึกว่าระยะห่างที่เคยมีถูกร่นให้ใกล้เข้ามาอย่างฉับพลัน!
ตอนนี้ต่อให้หลินจือไป๋จะแสดงท่าทางไม่จริงจังแค่ไหน ก็ไม่มีใครมองข้ามความยอดเยี่ยมที