วกนี้ดูสิ ผมขอให้พ่อครัวทำให้เป็นพิเศษ มันกรอบนอกนุ่มในเลยละ ลองจิ้มซอสสักหน่อยนะ บอกได้คำเดียวว่าอร่อย!”
“ยังมีเนื้อปลาจานนี้ด้วย น้ำซุปข้น ๆ รสชาติดั้งเดิม อร่อยสุด ๆ…” เขาแนะนำเฝ่ยไป๋ลู่ ก่อนจะหันไปทางเวินสือเหนียน “คุณชายสาม คุณลองชิมจานนี้สิครับ”
เวินสือเหนียนขยับตะเกียบทานไม่กี่ครั้ง ก่อนหยุดหลังจากชิมไปสักพัก
บนโต๊ะอาหารเย็น ทุกคนฉลาดพอที่จะไม่พูดถึงสิ่งที่จะทำให้เสียบรรยากาศ หลังจากพวกเขาดื่มกินเสร็จแล้ว พ่อลูกครอบครัวเวินก็ลุกออกไป
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปที่เวินสือเหนียนด้วยความสับสน
เวินสือเหนียนสบตากับเฝ่ยไป๋ลู่ แล้วหยุดมือที่กำลังลูบลูกประคำ พร้อมเอ่ยว่า “ผมมีบริษัทสื่อที่ลงทุนในโครงการภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ วันนี้รองประธานบริษัทบอกผมว่า หลังจากทีมงานเริ่มถ่ายทำเมื่อสองเดือนก่อนก็เกิดเรื่องหลอนมากมาย พนักงานบางคนได้รับบาดเจ็บ แม้แต่นักแสดงนำดาวรุ่งเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เราลงทุนไปหลายร้อยล้านจึงไม่อาจฟื้นตัวได้…”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของชายหนุ่มพลันดูเฉยชา ราวกับไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น
อันที่จริง เงินลงทุนที่เขาทุ่มให้กับโครงการนี้สามารถเรียกคืนจากธุรกิจสาขาอื่นได้ แต่เหตุผลที่เขาพูดถึงเรื่องนี้ ก็เพียงเพื่อหาเหตุผลมาพบคนตรงหน้าเท่านั้น
หลังจากนั้น เจี่ยนต๋าเช่าก็บอกข้อมูลแก่เฝ่ยไป๋ลู่พร้อมยื่นเอกสารให้
เฝ่ยไป๋ลู่พลันเปิดไปที่หน้าแรก ซึ่งระบุชื่อและรูปถ่ายของหวัง