ดาผสมกับเครื่องในหมู
ยกขึ้นไปวางไว้บนแผง เจี่ยงโหย่วเซิงให้คนเอาถ้วยมาสองใบ ตักใส่ถ้วยละชิ้น ทั้งยังราดน้ำให้ด้วยอีกต่างหาก
“ไอ้หยา แม่เจ้า หอมเกินไปแล้ว!”
“บ้าจริง! เนื้อเว้ย เห็นไหม เนื้อชิ้นเบ้อเริ่ม!”
“ซี้ด…นี่มันเนื้ออะไรกัน หอมปานนี้?!”
……
คนจำนวนไม่น้อยกรูเข้ามา กลืนน้ำลายไปอึกใหญ่
พวกพี่เป้าเองก็อดจะอยากกินขึ้นมาไม่ได้ หากมิใช่เพราะมีลูกค้าอยู่ด้วย พวกเขาคงยกถ้วยขึ้นมากินเองแล้ว
เจี่ยงโหย่วเซิงชี้อันที่ราคาถูกกว่า “หอมใช่ไหม? อันนี้ชิ้นละสามเหรียญ”
“สามเหรียญ?!” มีคนอุทาน “นี่แพงกว่าลูกชิ้นของพวกเจ้ามากโข เพิ่มไปอีกสองเหรียญ พวกข้าก็กินก๋วยเตี๋ยวถ้วยหนึ่งได้แล้ว…”
มีคนได้ยินราคาแล้วก็อยากจะถอยกลับ
ถึงอย่างไรก็ใช่ว่าทุกคนจะมีเงินในกระเป๋า ตัดใจซื้อของราคาแพงขนาดนี้ได้ลง
“ดูพี่ใหญ่ท่านนี้พูดสิ ไข่ดิบยังฟองละสองเหรียญ จ่ายค่าปรุงอาหาร หมูพะโล้ขายราคาสามเหรียญก็ไม่เห็นจะเป็นไรนี่นา?” เจี่ยงโหย่วเซิงพูดพลางตักหมูพะโล้ออกมาจากหม้อ แล้วพูดต่อไปว่า “เห็นไหม เนื้อชิ้นหนึ่งขนาดเกือบจะเท่าไข่ไก่อยู่แล้ว ยังจะบอกว่าแพง? เนื้อที่คุณภาพด้อยสักหน่อยยังราคาชั่งละสิบหกเหรียญ ยิ่งไปกว่านั้นเนื้อพวกนี้ไม่ได้แย่เลย…”
ทันใดนั้นก็ยกหมูพะโล้จากหม้อใบที่จะขายชิ้นละสี่เหรียญขึ้นมาเปรียบเทียบ โม้ว่านั่นเป็นเนื้อที่ดีที่สุดบนตัวหมู เป็นของชั้นเลิศ
“พวกเจ้าลองตรองดูก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นของที่ขนาดพอ ๆ