ด้วย”
ฉีเจียนเจียยิ้มกล่าว “ลือกันว่าอาจารย์ไป๋ตี้คือปรมาจารย์อักษรวิจิตรอันดับหนึ่งแห่งยุค เกรงว่าฝีมือการเขียนพู่กันคงเหนือชั้นกว่าการวาดภาพไปไกลโขเลยละค่ะ”
“อะไรนะ?” เย่อิงอุทานด้วยความตกใจ “หลินจือไป๋ คุณคือปรมาจารย์อักษรวิจิตรอันดับหนึ่งแห่งยุคเหรอ? หมายความว่าเป็นที่หนึ่งในใต้หล้าด้านการเขียนพู่กันงั้นสิ!?”
“ก็ประมาณนั้นแหละ”
หลินจือไป๋ไม่ได้ถ่อมตัว ทักษะอักษรวิจิตรของเขาเต็มขั้นแล้ว ไม่มีพื้นที่ให้พัฒนามากกว่านี้อีก และคงจะหาคู่ต่อสู้ไม่ได้อีกแล้วเช่นกัน
“คุณเก่งขนาดนี้เลยเหรอ!?”
“ผมแปลกใจมากกว่าที่คุณไม่รู้”
“ฉันรู้แค่ว่าคุณชื่อหลินจือไป๋ แล้วก็มีชื่อในวงการเท่ๆ ว่าไป๋ตี้ ดูเหมือนจะเป็นนักร้องด้วย…”
“แค่นี้?”
“ยังมีตัวตนอะไรที่เทพกว่านี้อีกเหรอ?” เย่อิงกะพริบตาปริบๆ
“เดี๋ยวคุณก็รู้เอง”
แม้หลินจือไป๋จะอยากถือโอกาสนี้แนะนำตัวเองให้ผู้ชมรู้จักไปในคราวเดียวเลย แต่แบบนั้นมันจะดูเป็นการยกหางตัวเองเกินไปหน่อย
“อาจารย์ไป๋ตี้เก่งมากจริงๆ”
ฉีเจียนเจียดูเหมือนจะเคยศึกษาข้อมูลของหลินจือไป๋มา เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้ตั้งใจศึกษาข้อมูลของหลินจือไป๋มา ฉีเจียนเจียคงไม่ยอมเสนอตัวช่วยนวดให้ คิดจริงเหรอว่าระดับซูเปอร์สตาร์ราชินีจะไม่ห่วงภาพลักษณ์ในวาไรตี้ ต่างก็ดูคนแล้วค่อยเสิร์ฟจานทั้งนั้น
“ฉันมองออกแค่ว่าเขาเจ้าเล่ห์มาก หาเงินเก่ง… อ้อ ขับรถก็เก่ง… เอาเถอะ ทำอาหารก็ไม่เลว… แน