ถานการณ์มานับไม่ถ้วน จึงวาดภาพต่อไปได้อย่างไม่ทุกข์ร้อน ทัศนียภาพไกลๆ เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ฉีเจียนเจียอ้าปากค้างเล็กน้อย แม้ปากจะบอกว่าวาดรูปไม่ต้องไปสนเรื่องเทคนิค วาดให้มีความสุขก็พอ แต่ทักษะการวาดภาพทิวทัศน์ที่หลินจือไป๋แสดงออกมาในตอนนี้ กลับทำให้ฉีเจียนเจียถึงกับตกตะลึงไปเลยจริงๆ
อย่างที่เย่อิงบอก ฝีมือวาดรูปของฉีเจียนเจียเข้าขั้นดี กระทั่งเรียกได้ว่ามีพรสวรรค์มากทีเดียว ถ้าไม่เป็นดาราเธอก็อาจจะเป็นจิตรกรไปแล้ว
แต่ทว่าเมื่อได้เห็นภาพวาดจากสถานที่จริงของหลินจือไป๋ ฉีเจียนเจียก็ไม่กล้าคิดอีกเลยว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการวาดรูปอะไรนั่น ต่อให้อีกฝ่ายจะวาดภาพอย่างสบายๆ และเห็นได้ชัดเลยว่าวาดไปตามอารมณ์ เพียงไม่กี่เส้นแต่จิตวิญญาณของภาพ กลับถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบผ่านลายเส้นที่เรียบง่ายและไม่ใส่ใจนั้น!
นี่ยังไม่ได้ลงสีด้วยซ้ำ หลินจือไป๋ใช้เพียงพื้นฐานการใช้ดินสอก็ทำได้ถึงระดับที่ฉีเจียนเจียยอมรับกับตัวเองว่าไม่มีทางทำได้เลย!
“ช่างเถอะ”
หลังจากวาดเสร็จคร่าวๆ ความกระตือรือร้นของหลินจือไป๋ก็ดับลง กล่าวอย่างเสียดายเล็กน้อยว่า “ภาพวาดพู่กันจีนสื่ออารมณ์ความรู้สึกของขุนเขาสายน้ำแบบนี้ได้ดีกว่า”
“ขอดูหน่อย!”
เย่อิงมุดออกมาจากเต็นท์ตอนไหนไม่รู้ จ้องมองภาพวาดของหลินจือไป๋ “ฝีมือดีไม่เบาเลย” เย่อิงหันไปมองฉีเจียนเจีย “ระดับนี้ดูเหมือนจะไม่ด้อยไปกว่าเธอเลยนะ”
“เก่งกว่าฉัน เก่งกว่ามาก