สามารถจริงๆ แต่ในขณะที่หลินจือไป๋กำลังเพลิดเพลินกับบริการของฉีเจียนเจียอยู่นั้น กลับมีเสียงที่แฝงด้วยความโกรธเคืองปนฉุนเฉียวเล็กน้อยดังมาจากด้านข้าง
“หลินจือไป๋!”
“มีอะไร?”
“คุณมันเห็นหญิงดีกว่าเพื่อน!”
หลินจือไป๋ลืมตาขึ้น เห็นเย่อิงหน้าแดงก่ำจ้องเขม็งมาที่เขา ในใจพลันรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ด้านข้างจู่ๆ ฉีเจียนเจียก็เอ่ยขึ้น
“อิงอิง เธอไม่ออกไปทำงานเหรอ? ต่อให้เป็นผู้หญิงก็จะขี้เกียจแบบนี้ไม่ได้นะ ตอนนี้ทุกคนต้องลำบากทำงานหาเงินกันทั้งนั้นแหละ”
สตรอว์เบอร์รี!
เย่อิงมุ่ยหน้าเอ่ย “เธอก็ไม่ได้ทำงานเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันก็กำลังทำงานอยู่นี่ไง” ฉีเจียนเจียยังคงนวดศีรษะให้หลินจือไป๋ต่อไป “ค่าตอบแทนตั้งสองเหรียญดอกท้อแนะ”
“หลินจือไป๋ เงินนั่นคุณให้เธอได้ยังไงกัน!”
เย่อิงหงุดหงิดแทบบ้า การที่ฉีเจียนเจียหาเงินได้ มันน่าหงุดหงิดยิ่งกว่าการที่เธอเสียเงินเองซะอีก
“อาจเพราะฉันสวยกว่าละมั้งคะ”
ฉีเจียนเจียปิดปากหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ “ล้อเล่นนะจ๊ะ อิงอิงก็สวยมากเหมือนกัน”
“ฉันสวยแน่นอนอยู่แล้ว!”
จู่ๆ เย่อิงก็ขยับมานั่งข้างๆ หลินจือไป๋ และจงใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เขา “หลินจือไป๋ ฉันกับเจียนเจียใครสวยกว่ากัน?”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉีเจียนเจียยิ้มกล่าว “ต่อให้ท่านเศรษฐีไป๋จะบอกว่าฉันสวยไม่พอ แต่เห็นแก่เหรียญดอกท้อ ฉันจะไม่โกรธหรอกค่ะ”
ปากบอกว่าไม่โกรธ แต่หลินจือไป๋สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มม