ตรงไหนก็ส่งเสียงบอกในกลุ่มก็พอ”
ตอนนี้กลุ่มสีน้ำเงินเป็นหมาป่าแล้ว ในที่สุดหลินจือไป๋ก็ไม่ต้องเป็นพี่เลี้ยงเด็กอีกต่อไป ในใจยินดีปรีดาที่ได้สลัดพวกเธอทิ้งออกไปลุยเดี่ยว
“ไปๆๆ!” เย่อิงลากอูซวงและหานเยว่ซวงเดินจากไป ก่อนไปยังทิ้งท้ายว่า “จอมขูดรีด ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็ตะโกนเรียกชื่ออิงอิงดังๆ นะ”
หลินจือไป๋ : “…”
หลังจากมั่นใจว่าทั้งสามคนไปแล้ว หลินจือไป๋ก็เดินเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ครูต่อมาเมื่อเดินกลับออกมาอีกครั้งเขาก็เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเสร็จเรียบร้อย กลายร่างเป็นทีมงานรายการ!
ใช่แล้ว หลินจือไป๋รู้สึกว่าถ้าจะชนะเกมนี้ด้วยวิธีปกติ พละกำลังต้องดีเยี่ยมเพราะต้องวิ่งให้เร็วกว่าคนอื่นถึงจะจับคนได้ แต่ทุกคนต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ใครจะวิ่งเร็วกว่าใครได้สักเท่าไหร่เชียว? จะมีก็แต่แขกรับเชิญหญิงที่จับง่ายหน่อย แต่แขกรับเชิญหญิงมีอยู่แค่ไม่กี่คน แถมส่วนใหญ่ก็ยังมาอยู่ในกลุ่มของตน ดังนั้นหลินจือไป๋จึงตัดสินใจใช้วิธีที่ไม่ธรรมดาไล่จับแกะ นั่นคือปลอมตัวเป็นทีมงาน
ส่วนชุดพนักงานชุดนี้ก็แอบขอมาตอนที่ไปยืมไมค์จากผู้กำกับก่อนหน้านี้นั่นแหละ เหล่าทีมงานตากล้องที่ตามถ่ายต่างพากันอึ้งเมื่อเห็นหลินจือไป๋เดินออกมาในชุดที่เหมือนกับพวกเขาเป๊ะๆ
“พี่ชาย” หลินจือไป๋หันไปยิ้มให้ทีมงานคนหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ขอยืมหมวกของคุณใช้สักครู่ได้ไหมครับ?”
“ได้ครับ” ทีมงานพยักหน้าอย่างงงๆ “เอาหน้ากากอนามัยด้วยไหมค