รับเสียงหนึ่ง สายตากวาดมองสมาชิกในครอบครัว แล้วพบว่าขาดหลินจือไป๋ไป แววตามีร่องรอยความคิดบางอย่างวาบผ่าน
และในวินาทีนี้เอง
จู่ๆ ด้านนอกก็เกิดความวุ่นวายอีกครั้ง พร้อมกับเสียงอุทานของผู้ชมนับไม่ถ้วน “อ๊าย! เออิจิโร่ก็มาที่กองถ่ายด้วย!”
…
หลินจือไป๋ปลีกตัวเข้าไปในห้องพักสำรองที่ไร้ผู้คน แล้วต่อสายหาเจียงเฉิง ผลปรากฏว่าอีกฝ่ายรีบอธิบายขึ้นมาทันที “ผมเองก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนเลยครับ เจ้านายคิดว่าคุณปู่ของเรา ระแคะระคายอะไรเข้าหรือเปล่าครับ?”
“อาจจะนะ”
หลินจือไป๋ยังคงดูนิ่งสงบ
ปู่จะรู้อะไรบ้างนั้นไม่สำคัญ ยังไงวันนี้ก็ต้องเปิดหน้ากากอยู่แล้ว ความลับที่ว่าเขาคือฉู่ฉือ ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
ส่วนปู่จะรู้มากแค่ไหน?
หลินจือไป๋เองก็ไม่แน่ใจ แต่มันก็ไม่สำคัญเช่นกัน เขาเชื่อว่าต่อให้ปู่รู้ว่าเขาคือเจ้าของคุนเผิง ก็คงจะไม่โกรธอยู่ดี
นี่แหละสไตล์ของปู่
เจียงเฉิงกล่าว “ตกลงครับ ยังไงวันนี้ก็ต้องเปิดหน้ากากอยู่แล้ว อ้อ วันนี้เออิจิโร่ก็มาครับ นั่งแถวแรกเลย ตอนที่คุณขึ้นไปร้องเพลงก็จะเห็นเขาด้วย”
พูดถึงตรงนี้
น้ำเสียงของเจียงเฉิงก็แฝงด้วยรอยยิ้ม
หลินจือไป๋ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาล็อกประตูแล้วเปลี่ยนชุด จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังห้องพักทีมสีแดงในฐานะเทพดาราร้อยลักษณ์ ทันทีที่ก้าวเข้าประตูไปก็ได้ยินเสียงสนทนากันด้านใน
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
“ผู้เฒ่าหลินมาล่ะ!”
“ผู้เฒ่าหลินไหน?”
“จะผู้เฒ่าหลินคนไห