“ไม่ใช่สิ! ทีสองตลอดกาลนี่มันอะไร? คำพูดถ้าคุณเป็นคนพูดก็แล้วไปเถอะ! ยังไงคุณก็คือคนที่กดผมให้อยู่ที่สองมาตลอด! แต่เทพดาราร้อยลักษณ์นั่นมีสิทธิ์อะไรมาว่าผมเป็นที่สองตลอดกาล!
หมอนี่ก่อนหน้านั้นยังสั่งให้ผมหุบปากด้วย เกิดมาจนปานนี้ผมไม่เคยเจอใครโอหังขนาดนี้เลยครับ รอจนถึงตอนเปิดหน้ากากเมื่อไร ผมจะทำให้เขารู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของราชาเพลงโจวแน่!”
หลังจบการแข่งขัน หลินจือไป๋โทรหาโจวหานจิ้นเพื่อถามไถ่อาการที่ลำคอ ปรากฏว่าอีกฝ่ายบ่นพล่ามเรื่องไร้สาระออกมาเป็นชุด ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทพดาราร้อยลักษณ์ทั้งสิ้น
“ไม่มีอะไรแล้ว ผมวางสายนะ” หลินจือไป๋กลอกตา
โจวหานจิ้นรีบกล่าว “คุณไม่โกรธบ้างเหรอ ผมจะบอกให้ เทพดาราร้อยลักษณ์คนนี้นะโอหังมาก ก่อนหน้านี้ยังใช้เสียงของฉู่ฉือร้องเพลงดับทุกข์ที่คุณแต่งด้วย นี่มันยั่วโมโหชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอครับ เอาอย่างนี้ไหมครับ รอบหน้าคุณก็มาดูการแข่งขันที่สตูดิโอด้วยกันสิ รอให้เทพดาราร้อยลักษณ์เปิดหน้ากาก เราจะได้ไปรวบตัวเขาด้วยกันเลย ผมนัดพวกจางซีหยางไว้แล้ว เราจะตั้งทีมผู้ล้างแค้น ต้องแกล้งคืนให้หนักเลย!”
แผนการนี้ลูกคิดจะกระเด็นมาใส่หน้าฉันอยู่แล้ว หลินจือไป๋กล่าว “งั้นถึงเวลานั้น ผมจะไปที่สตูดิโอแล้วกันครับ”
โจวหานจิ้นถึงได้รู้สึกดีขึ้นมา “เยี่ยมเลยครับ แต่อันนี้ตกลงกันก่อนนะว่าแค่ขำๆ ถึงหมอนี่จะดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจไปหน่อย แต่เขาก็เป็นคนดีอยู่นะ นิสัยลึก