ลังจากทุเรียนระเบิดร้องจบพวกเขาก็หมดหวังทันที โควตาชุบชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญขึ้นมา
“ชุบชีวิตคุณเถอะ”“คุณจำเป็นต้องใช้โอกาสนี้มากกว่า”“ฟังผมนะ”“ฉันไม่ฟังค่ะ”“ถ้าไม่โอเคจริงๆ ก็ช่างเถอะ”“พวกเราไม่ต้องมีใครถูกชุบชีวิตทั้งนั้นแหละ”“โอกาสนี้ควรให้เขาเก็บไว้ใช้เองดีกว่า”
ระหว่างที่เกี่ยงกันนั้นเอง เมื่อเสียงร้องของเทพดาราร้อยลักษณ์ดังขึ้น ทั้งสองก็พลันชะงักค้าง ราวกับกลายเป็นรูปปั้นสองรูป! ไม่สิ รูปปั้นสามรูปต่างหาก! เพราะแม้แต่สุนัขทิเบตที่นิ่งเงียบมาตลอด ก็ชะงักค้างไปในวินาทีนั้นเช่นกัน ภายในห้องพักทีมสีแดงเงียบกริบจนน่ากลัว!
หลินจือไป๋ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นหลังเวที เขาจดจ่ออยู่กับการร้องเพลงอย่างเต็มที่ สบสายตากับแม่ ใช้เสียงเพลงสื่อสารความรักจากก้นบึ้งของหัวใจ!
“ยังจดจำสองมือแสนอบอุ่นนั้นได้ดี คอยดูแลฉันเสมอมาไม่เคยเปลี่ยน ในที่สุดวันนี้ความฝันกลายเป็นจริง อยากให้เธอชื่นชมเกียรติยศนี้ด้วยกัน”
ขอบคุณแม่ที่คอยดูแลมาตลอดหลายปีนี้ ผมกำลังทำตามความฝันของตัวเองให้เป็นจริงไปทีละก้าว หวังจะแบ่งปันเกียรติยศทั้งหมดนี้กับแม่และทุกคนในครอบครัวนะครับ!
แม่ครับ! แม่ได้ยินไหม?
เหมือนเนื้อเพลงที่ร้องว่า “ดังสายฝนวสันต์ที่ปลอบโยนหัวใจของฉัน ความอาทรตลอดชีวิตที่มอบให้มาโดยไม่เอ่ยคำพูดใดๆ” ปลายนิ้วของหลินจือไป๋ชี้ไปยังทิศทางที่แมนั่งอยู่จากไกลๆ คือแม่! แววตาที่แสนอบอุ่นละมุนนั้น! ส