พันคำหมื่นวาจาในที่สุดก็กลั่นออกมาเป็นประโยคว่า “ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันตลอดมา” ประโยคนี้ที่วางไว้ตอนท้ายของเนื้อเพลง ‘คุณพ่อ’ ความจริงแล้วไม่คล้องจองกันนัก และในเชิงเทคนิคก็อาจไม่ใช่การลงท้ายทำนองที่รื่นหูที่สุด
แต่มันกลับแบกรับการถ่ายทอดอารมณ์ทั้งหมดของนักร้องเอาไว้ ไม่แม่นยำแต่เหมาะสมลงตัวที่สุด กลับยังช่วยขับเน้นความเหนือระดับที่ไม่ได้เห็นได้ทั่วไป เพราะไร้ซึ่งการปรุงแต่ง
สรุปความรักอันหนักแน่นดั่งขุนเขาที่ลูกมีต่อพ่อได้อย่างซื่อตรงเรียบง่าย ราวกับระเบิดเรียกน้ำตาที่ถูกจุดระเบิดครั้งสุดท้ายท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ!
นับวินาทีนี้ต่อให้จะเป็นผู้ชมที่ร้องไห้ยาก หรือพยายามอดกลั้นมาตลอด ก็อดไม่ได้ที่จะขอบตาแดงก่ำ ปล่อยให้น้ำตาเปียกชุ่มแก้ม!
นี่คือบทเพลงที่เข้าถึงทุกคน ความรู้สึกที่เทพดาราร้อยลักษณ์มีต่อพ่อนั้นไม่มีใครสงสัยเลย ความจริงใจนั้นทำให้ทุกคนต่างมีอารมณ์ร่วม เพียงแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าความจริงแล้วพ่อของเขาได้นั่งอยู่ด้านล่างเวทีนี้เอง!
เมื่อการร้องจบลง
หลินจือไป๋เห็นพ่อและคนในครอบครัวทุกคนกำลังมองมาที่เขา พร้อมกับปรบมืออย่างสุดแรงและส่งเสียงเชียร์ดังลั่น!
“สุดยอดมาก!”
“ฉันฟังจนร้องไห้เลย!”
“เพลงนี้เขียนได้ดีจริงๆ!”
“พ่อครับผมรักพ่อ!”
“ผมคิดถึงพ่อครับ!”
“ท่านอยู่บนสวรรค์ยังสบายดีไหมครับ?”
“เพลงนี้ฉันถึงกับไม่กล้าฟังรอบสองเลย!”
“คนน้ำตายากอย่างฉัน เป็นครั้งแรกเลยที่ฟังเพลงจนร้อง