้ว!”
“ฉันก็ลงคะแนนให้แล้วเหมือนกัน!”
เทียบกับเชินฉวนชวี แม้ว่าสุนัขทิเบตจะเริ่มใช้เสียงจริงบ้างแล้ว แต่ก็น่าจะแค่ราวๆ เจ็ดส่วน ยังไม่อาจฟันธงได้ว่าเป็นจางซีหยางแน่นอน ด้วยเหตุนี้ท้ายที่สุด สุนัขทิเบตก็แพ้ในรอบนี้ไปด้วยคะแนนที่ตามหลังเพียงนิดเดียว
พอกลับถึงห้องพัก เจ้าชายกบก็รีบถามอย่างร้อนใจว่า “เชินฉวนชวีใช้เสียงจริงแล้ว ทำไมนายไม่ใช้?”
สุนัขทิเบตไม่ได้พูดอะไร ปลาคาร์ปน้อยเอ่ยขึ้นว่า “คุณเป็นอาจารย์จางซีหยางสินะคะ ไม่ต้องปิดบังแล้วละคะ การแข่งขันมาถึงขั้นนี้แล้ว ซ่อนเสียงไปมีแต่จะฉุดรั้งการแสดงของคุณเปล่าๆ”
“ที่เขาพูดก็ถูกครับ” เทพดาราร้อยลักษณ์เอ่ยขึ้น “คุณควรใช้เสียงจริงได้แล้ว กลุ่มผู้แพ้ยังมีโควตาเข้ารอบอีกสองที่ อย่าพลาดอีกเลยนะครับ”
“แล้วเสียงจริงของคุณคือแบบไหนล่ะ?” สุนัขทิเบตมองไปยังเทพดาราร้อยลักษณ์
ความจริงแล้วเขาอยากจะเก็บเสียงจริงไว้ใช้ในรอบรองชนะเลิศ หรือกระทั่งรอบชิงชนะเลิศด้วยซ้ำ เพราะจนถึงตอนนี้ดูเหมือนเทพดาราร้อยลักษณ์เองก็ยังเลียนแบบนักร้องคนอื่นอยู่ตลอด ไม่เคยใช้เสียงจริงของตัวเองเลย ในเมื่อคนอื่นทำได้ ทำไมเขาจะทำไม่ได้ล่ะ?
“ผมเหรอ?” หลินจือไป๋ยิ้มแล้วกล่าวว่า “เพลงส่วนใหญ่ของผม ร้องออกมาจากตัวตนของผมเอง ส่วนจะใช้เสียงแบบไหนก็เป็นเรื่องรองครับ”
“ก็ได้ครับ”
วิธีการของเทพดาราร้อยลักษณ์เขาเลียนแบบไม่ได้จริงๆ สุนัขทิเบตถอนหายใจ หลักๆ คือเขาไม่อยากขอคะแนนในฐานะตัวตน