ยกิตได้ และเกียรติยศต่างๆ ที่ไปตี้ได้รับมา ก็นำมาหักล้างหน่วยกิตให้กับหลินจือไป๋ได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น…
แม้หลินจือไป๋จะขาดเรียนบ่อย แต่คะแนนสอบของเขาก็ดีเยี่ยมมาตลอด แถมยังมีความสัมพันธ์อันดีกับอธิการบดี จึงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก วิทยาลัยศิลปะก็เป็นแบบนี้ นักศึกษาที่ยังเรียนอยู่แต่กลายเป็นดาราไปแล้วมักจะได้รับสิทธิพิเศษในมหาวิทยาลัยไม่มากก็น้อย นับประสาอะไรกับไปตี้?
และหลังจากเลิกเรียนในทุกวัน หลินจือไป๋จะกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่คฤหาสน์ตงหูอย่างว่าง่าย เพราะหลังจากรายการ ‘King of Mask Singer’ จบ ก็ต้องเดินทางไปฉีโจวแล้ว ช่วงนี้แม่เอาแต่บ่นเรื่องนี้เพราะทำใจแยกจากลูกชายไม่ได้
หลินจือไป๋หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “ไม่ใช่ว่าจะเดินทางตอนนี้ซะหน่อย ยังเหลือเวลาอีกตั้งเดือนสองเดือนเลยนะครับ อีกอย่างต่อให้ไปฉีโจวแล้ว ก็กลับมาเยี่ยมแม่ได้ตลอดนี่นา ปู่ก็เพิ่งให้เครื่องบินผมลำหนึ่งไม่ใช่เหรอ”
“ใครจะไปรู้ว่าลูกจะกลับบ้านบ่อยแค่ไหน” แม่ทำเสียงฮึดฮัด “หลายปีก่อนแม่เคยไปขอเครื่องรางคุ้มครองมาให้ลูก ลูกจะออกเดินทางแล้วอย่าลืมพกติดตัวไปด้วยนะ ท่านอาจารย์ปลุกเสกมาอย่างดีเชียวล่ะ”
“แม่ออกจะงมงายนะครับ”
“ใครว่าล่ะ เครื่องรางนั่นศักดิ์สิทธิ์จะตายไปนะ ไม่อย่างนั้นอยู่ๆ แผลลูกก็จะหายดีแบบนี้เหรอ?”
‘เฟยหงต่างหากที่รักษาหาย’ หลินจือไป๋พึมพำในใจ แต่ปากกลับตอบรับไปคำหนึ่ง แม่เคยไปขอเครื่องรางมาให้เขาจริงๆ
“ไ