“ปิดประชุม”
หลินเจ้ามู่ไม่ได้อธิบายอะไรมาก ลุกขึ้นเดินจากไป
เลขาจินเดินตามท่านประธานเข้าห้องทำงานไปติดๆ ทันใดนั้นก็ไม่ได้ยินอีกฝ่ายพูดว่า “เจ้าเด็กนั่นสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจของคุนเผิงได้”
เลขาจินชะงักไป “ทราบได้อย่างไรครับ?”
“คุนเผิงกับสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์วิดีโอของเสินฮวา ไม่ได้มีความแค้นฝังลึกอะไร แต่เป็นเจ้าเด็กนั่นต่างหากที่มีความบาดหมางกับพวกครอบครัวลุงๆ อย่างรุนแรง ถ้าไม่ใช่เพราะความต้องการของเจ้าเด็กนั่น คุนเผิงจะทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ไปพร้อมๆ กับคอยตามราวีสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์วิดีโอของเครือบริษัทเสินฮวาไม่เลิกราแบบนี้เหรอ?”
“พอพูดแบบนี้ หัวใจของเลขาจินกระตุกวูบ ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วยครับ!”
หลินเจ้ามู่กล่าวเรียบๆ ว่า “ถ้าฉันเป็นเถ้าแก่คุนเผิง ความแค้นส่วนตัวของฉือตี้ ฉันจะไม่ช่วยเขาจ่ายราคานั้นแน่ เว้นเสียว่าเขาจะมีมูลค่าที่สูงกว่านั้นสำหรับฉัน”
“ท่านหมายความว่า?”
“เจ้าเด็กนั่นไม่ได้เป็นแค่ฉือตี้ธรรมดาๆ ในคุนเผิงหรอก อายุยังน้อยแต่กลับสร้างอิทธิพลได้มหาศาลขนาดนี้ใต้เปลือกตาของฉันโดยที่ฉันไม่รู้ตัวเลย ช่างเป็นแผนการที่ล้ำลึกจริงๆ”
“ถึงคุณชายเสี่ยวไป๋จะ…” เลขาจินไตร่ตรองคำพูดเพราะกลัวท่านประธานจะโกรธ แต่แล้วในวินาทีต่อมา หลินเจ้ามู่กลับเผยรอยยิ้ม
“ไม่เสียแรงที่เป็นหลานชายที่ดีของฉัน”
บรรยากาศพลันผ่อนคลายลง เลขาจินเองก็ลอบถอนหายใจโล่งอก