วี๋หรานจึงให้พวกนางทำทีละน้อย ไม่อย่างนั้นมันเทศยังขายไม่หมด เต้าหู้อาจขายหมดไปก่อนก็ได้
นางเก็บเอาไว้สำหรับปลูกชุดหนึ่ง ส่วนที่เหลือยกให้พวกลูกสะใภ้ทั้งหมด ให้พวกนางจัดการกันเอง
ของจำพวกน้ำพริกไม่จำเป็นต้องให้เย่อวี๋หรานต้องกังวลใจอีก เพราะเหล่าลูกสะใภ้เรียนรู้วิธีทำน้ำพริกปลา น้ำพริกปู น้ำพริกหมู น้ำพริกไก่ น้ำเชื่อมผลไม้ และพริกบดกันแล้ว วันนี้ทำน้ำพริกชนิดหนึ่ง วันพรุ่งทำน้ำพริกชนิดอื่น ทำติดต่อกันหลายวันได้โดยไม่ซ้ำกัน
ลูกชิ้นก็เช่นกัน นอกจากลูกชิ้นกากเต้าหู้รสเนื้อ พวกนางยังเริ่มทำลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นปู ลูกชิ้นหมู และลูกชิ้นไก่ ทว่าลูกชิ้นเหล่านั้นไม่ได้ทำจากเนื้อสัตว์ล้วน ๆ แต่ผสมวัตถุดิบอย่างอื่นเข้าไปด้วย แล้วค่อยเติมเนื้อสัตว์เข้าไปเพื่อปรุงแต่งรสชาติ
หรือก็หมายความว่าลูกชิ้นเหล่านี้มีเนื้อสัตว์แต่ไม่มาก หากอยากกินเนื้อสัตว์จริง ๆ ยังคงต้องไปหาซื้อเนื้อสัตว์ที่ตลาด
“ใส่เนื้อสัตว์อย่างเดียวไม่ได้ เนื้อสัตว์เดิมทีก็แพงอยู่แล้ว ถ้าใช้เนื้อสัตว์ล้วนจะขายราคาต่ำไม่ได้ คนอื่นก็ซื้อไม่ไหว แบบนั้นคงขายไม่ดี ได้แต่ทำให้มีรสชาติของเนื้อ เสริมวัตถุดิบอย่างอื่นเข้าไป พวกเราสามารถขายราคาถูก คนอื่นซื้อไหวถึงจะยอมซื้อ”
“นอกจากนี้ หากซื้อกลับไปโยนลงหม้อผสมผักอย่างอื่นเล็กน้อยก็พอให้ทั้งครอบครัวได้กินแล้วหนึ่งมื้อ คนเขาถึงเต็มใจจ่ายเงินซื้อ”
……
หลี่ซื่อสรุปอย่างมีหลักการ บอกเล่าประสบการณ์ค้