กัดตอบตัวเอง รอบนี้ฉันให้ร้อยเอ็ดคะแนนเลย เกินหนึ่งคะแนนไม่กลัวเขาเหลิง!”
“พวกเธอว่าครั้งนี้เขาจะใช้เสียงใครร้อง?”
“หลินโสวจัวต่อ?”
“หมอนี่ร้องเพลงเสียงเปลี่ยนไปเรื่อย ใครจะไปเดาถูกกันล่ะ!”
การแสดงยังไม่ทันเริ่ม แค่ชื่อเพลงอย่างเดียวในฮอลล์ก็ขำกลิ้งกันแล้ว!
บรรยากาศพุ่งสู่จุดพีค!
หลินจือไป๋ฟังเสียงหัวเราะจากด้านล่างเวที อารมณ์ก็เบิกบานขึ้นมาบ้าง ความรู้สึกแบบนี้ไม่เลวทีเดียว เขาหันไปพยักหน้าเบาๆ ให้กับวงดนตรี
วงดนตรีรับทราบ แสงไฟหรี่ลง เสียงหัวเราะในฮอลล์ก็ค่อยๆ เงียบลง
แม้ชื่อเพลงจะกวนประสาทก็จริง แต่ถึงที่สุดแล้วก็ต้องฟังคุณภาพของเพลงอยู่ดี ถ้ามีแค่ความกวน งั้นก็เห็นได้ชัดว่าผู้ชมคงไม่เอาด้วยแน่ เพราะยังไงนี่ก็เป็นเวทีที่มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก!
ในช่วงอินโทร หลินจือไป๋ยกไมโครโฟนขึ้น ในที่สุดก็เริ่มร้องเพลง
ครั้งนี้เขาใช้เสียงของโจวหานจิน เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยใช้ไปแล้วรอบหนึ่ง ที่สำคัญที่สุดคือ เสียงของราชาเพลงโจวเหมาะกับเพลงนี้มาก
“เธอบอกว่าฉันน่ะเจ้าเล่ห์ ถึงทำให้เธอไปไหนไม่พ้น เธอบอกว่าฉันเห็นแก่ตัว ตักตวงความรักแต่ฝ่ายเดียว ท่ามกลางพายุฝนโหมกระหน่ำ สาดซัดเข้ามาพร้อมสายลมคลั่ง ทำเอาฉันโอนเอนเกือบล้มหัวคะมำ”
เพลงนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่มีชื่อเสียงของเทพเจ้าเพลงจางเสวียโหยวในชาติก่อน ระดับอย่างจางเสวียโหยว ต่อให้อยู่ในฉินโจว ก็ต้องนับว่าเป็นระดับราชาเพลงอย่างแน่นอน
และเพลงนี้แฝงคว