ด้อย่างชัดเจนว่าแฟนคลับของฉู่ฉือเงียบลงไปไม่น้อย เทียบกันแล้วแฟนคลับของไปตี้กลับคึกคักดีใจกันยกใหญ่ ถึงแม้แฟนคลับของไปตี้จะไม่ได้ย้ำเรื่อง ‘ตอนนี้ฉู่ฉือเทียบชั้นไปตี้ไม่ได้แล้ว’ อะไรนั่นอีก แต่สิ่งนี้กลับยิ่งทำให้แฟนคลับของฉู่ฉือรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกว่าเดิม
ช่วยไม่ได้ ไม่ใช่ฉู่ฉือไม่เก่ง แต่ไปตี้โดดเด่นเกินไปต่างหาก แต่สำหรับหลินจือไป๋ ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับฉู่ฉือหรือแฟนคลับไปตี้ ความจริงแล้วก็คือแฟนคลับของเขาเองทั้งนั้น เขาไม่อยากลำเอียงรักพี่เสียดายน้องอีกต่อไป ดังนั้นการรวมตัวตนฉู่ฉือกับไปตี้เข้าด้วยกันจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ฟู่ว~ หลังจากปรับลมหายใจ ทักทายวงดนตรีเรียบร้อยแล้ว หลินจือไป๋ที่ยืนอยู่กลางเวทีก็ค่อยๆ หลับตาลง เขาอยากใช้บทเพลงแต่ละเพลงบนเวทีนี้ ขับขานตัวตนที่แท้จริงยิ่งขึ้นของตัวเองออกมา ไฟดับลง บรรยากาศในฮอลล์เงียบสงบ
เพียงเสียงเครื่องดนตรีที่คล้ายกับโอคารินา (Ocarina) แต่ก็ให้ความรู้สึกคล้าย ‘ซวิน’ [1] ดังขึ้น จากนั้นเสียงกีตาร์ก็สอดประสานเข้ามา การเรียบเรียงดนตรีค่อยๆ ซับซ้อนและเร่าร้อนขึ้น แสงไฟสาดส่องไหลเลื่อนไปอย่างช้าๆ กล้องจับภาพไปที่เขา ภายใต้การจับจ้องของทุกคน หลินจือไป๋พลันลืมตาขึ้น ในจังหวะหนึ่งของดนตรีโหมโรง เขาก็ค่อยๆ ยกไมโครโฟนขึ้นอย่างนุ่มนวล และเริ่มร้องเพลงใหม่เพลงแรกของตนเองบนเวที King of Mask Singer อย่างเป็นทางการ
“อยากขับขานให้เธอได้ฟัง วัยเยาว์ท