“อาจารย์ไปตี้ ผมจะบอกให้นะครับ ที่ที่อันตรายที่สุด มักจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ตอนแข่งจริง ผมกะว่าจะโชว์เนื้อเสียงเดิมของตัวเองออกมาพอประมาณ ให้ผู้ชมรู้สึกแยกไม่ออกว่าจริงหรือหลอก เพราะนักร้องคนอื่นที่มาร่วมรายการ ต่างก็สรรหาวิธีปิดบังเสียงของตัวเองกันทั้งนั้น แบบนี้ต่อให้ผมไม่ปิดบัง หลายคนก็จะคิดไปเองโดยสัญชาตญาณว่าผมกำลังปิดบังอยู่ แถมยังคิดว่าปิดบังตัวตนด้วยการเลียนแบบเสียงโจวหานจิ้นอีกต่างหาก…”
โจวหานจิ้นกับหลินจือไป๋ยังคุยโทรศัพท์กันอยู่ เขากำลังแบ่งบันกลยุทธ์ของตัวเองให้หลินจือไป๋ฟัง สำหรับโจวหานจิ้นแล้ว เล่าให้ไปตี้ฟังก็ไม่เห็นเป็นไร ยังไงอาจารย์ไปตี้ก็ไม่ได้เข้าร่วมรายการ King of Mask Singer อยู่แล้ว ต่อให้รู้ตัวตนของเขาก็ไม่เสียหาย
หลินจือไป๋พยายามกลั้นขำ รู้สึกโชคดีที่ตนแค่โทรศัพท์ ได้ยินแต่เสียง ไม่อย่างนั้นราชาเพลงโจวคงได้เห็นหลินจือไป๋ในเวลานี้ที่ทำหน้ากลั้นขำแบบเดียวกับซาเป้ยหนิง [1] หลังจากวางสาย แววตาของหลินจือไป๋ไหววูบเล็กน้อย จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า
“เฟยทงเพิ่มคะแนน!”
ตอนนี้หลินจือไป๋เหลือแต้มทักษะแค่สิบแต้ม การทุ่มหมดหน้าตักรอบนี้ช่างแสนเจ็บปวด แต่เพื่อทำผลงานให้ดีในรายการ King of Mask Singer หลินจือไป๋จำต้องตัดสินใจ เพราะยังไงเขาก็ต้องเปิดหน้ากากบนเวทีนี้ เขาหวังว่าตัวเองจะไปได้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นแต้มทักษะทั้งสิบแต้มนี้ หลินจือไป๋จึงเทไปที่ทักษะการขับร้อ