ยงสูง โซนเสียงกลาง โซนเสียงต่ำ เสียงหลบ ไปจนถึงเสียงเฮดวอยซ์ ฯลฯ ดนตรีกับอักษรวิจิตรนั้นไม่เหมือนกัน ด้านอักษรวิจิตรยังไงหลินจือไป๋ก็ได้สืบทอดจากหวังซีจือ ปรมาจารย์แห่งอักษรวิจิตร ต่อมายังฝึกฝนระดับความสามารถที่เกี่ยวข้องจนถึงขีดสุด ดังนั้นไม่ต้องฝึกซ้อมก็สามารถแสดงฝีมือออกมาได้อย่างใจนึก!
แต่การขับร้องต่างออกไป ยังไงตอนนี้หลินจือไป๋ก็เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับราชาเพลง จำเป็นต้องฝึกฝนทดลองต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจช่วงเสียงของตัวเอง รวมถึงขีดจำกัดสูงสุดของพลังเสียง มีเพียงเข้าใจเสียงของตัวเองอย่างถ่องแท้ ถึงจะเลือกเพลงได้ดียิ่งขึ้น
เพราะต่อให้เป็นราชาเพลงก็ไม่ได้มีอานุภาพเหนือทุกสิ่ง ย่อมมีสิ่งที่ถนัดและไม่ถนัด และท้ายที่สุด King of Mask Singer ก็คือการแข่งขัน ไม่ได้แปลว่าใครเสียงดีกว่าคนนั้นต้องชนะเสมอไป ปัจจัยที่มีผลต่อผลแพ้ชนะมีมากมาย ทั้งการเลือกเพลง ลีลาบนเวที การเรียบเรียงดนตรี และปัจจัยอื่นๆ ปัจจัยเหล่านี้ต้องคุมให้ดีทั้งหมด ถึงจะแสดงผลลัพธ์บนเวทีออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นปัญหาที่หลินจือไป๋ต้องพิจารณามีเยอะมาก ต้องดูแลให้ทั่วถึงทุกด้านให้ได้มากที่สุด เป็นเช่นนี้หลายวันผ่านไป บัญชีทางการของคุนเผิงได้ปล่อยคลิปโปรโมตตัวหนึ่งออกมา
“วางรัศมีแห่งชื่อเสียง สวมหน้ากาก หวนคืนสู่สนามรบ เยี่ยงนักสู้หน้าใหม่!”“ยอดฝีมือรวมตัว จะทิ้งชื่อไว้ไย? ใช้ดนตรีประลอง ตัดสินอย่างยุติธรรม!”“ตำนานต้องม