โป้งให้หลินจือไป๋
เฉินหลิงและหลิ่วอั้นมองไปที่หลินจือไป๋แล้วทันใดนั้นก็โค้งตัวคำนับอย่างสุดซึ้ง!
“นี่พวกคุณ…”
หลินจือไป๋รู้สึกเขินอายอยู่บ้าง วันนี้เขาเก๊กหล่อเกินไปจริงๆ ถึงขนาดเอา ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ ออกมาเลย
สุดยอดผลงานอักษรวิจิตรระดับท็อปจากชาติก่อน ขายได้หกร้อยล้านไม่ถือว่าเกินไปเลยจริงๆ! แสดงให้เห็นว่ามหาเศรษฐีพวกนี้ก็ยังตาถึงทีเดียว!
ความจริงถ้าจะพูดถึงมูลค่าแล้ว ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ มีค่ามากกว่าหกร้อยล้านเยอะ!
หากในชาติก่อนมีการประมูลต้นฉบับจริง หลินจือไป๋ไม่กล้าจินตนาการเลยว่าจะขายได้ราคาเท่าไหร่!
แต่ ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ ในชาติก่อนมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ระดับที่จารึกชื่อไว้ในพงศาวดาร
อย่างไรเสียหลินจือไป๋ก็ยังเป็นแค่ศิลปินยุคปัจจุบัน ต่อให้เขาสร้างสรรค์ ‘อารัมภบทศาลากล้วยไม้’ ออกมาได้ หกร้อยล้านก็ถือเป็นราคาที่ถึงขีดจำกัดมากแล้ว
น่าเสียดายที่เงินหกร้อยล้านนี้หลินจือไป๋ไม่ได้มา งานประมูลการกุศลเงินต้องบริจาคออกไปหมด
นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่วันนี้หลินจือไป๋เล่นใหญ่ขนาดนี้ ถึงตัวเองจะเป็นนักก๊อปแต่วิสัยทัศน์ก็ต้องกว้างไกลหน่อย การกุศลที่ควรทำก็ต้องทำ ช่วยเหลือคนให้มากหน่อย
“คุณคู่ควรได้การคำนับนี้ครับ” เฉินหลิงกล่าว
“วันนี้วงการอักษรวิจิตรฉินโจวทั้งวงการสมควรต้องขอบคุณคุณครับ”
หลิ่วอั้นก็กล่าวอย่างตื่นเต้นด้วยว่า “ถ้าอาจารย์ไปตี้ไม่ลงมือ วันนี้ผมคงไม่มีที่ยืนแล้วจริ