พริบตาเดียวหลินจือไป๋ก็ปรากฏตัวบนเวที ในภาพโคลสอัพรูปร่างของเขาสูงโปร่งสง่าผ่าเผย ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเป็นเทพบุตรที่เดินออกมาจากหนังสือการ์ตูน
โซนมหาเศรษฐี เหล่าเศรษฐีที่รู้จักกับหลินเจามูต่างพากันเอ่ยปาก:“ไปตี้? นี่หลานชายท่านประธานหลินใช่ไหมครับ?”“เขาก็ต้องการจะเพิ่มของประมูลเข้ามาหน้างานด้วยเหมือนกันเหรอ?”“แถมยังจะเขียนอักษรวิจิตรสดบนเวทีด้วย?”“ท่านประธานหลินมีหลานชายที่ดีจริงๆ นี่ตั้งใจจะกู้หน้าให้ท่านประธานหลินสินะ”“เท่าที่ผมรู้ หลานชายท่านประธานหลินก็เชี่ยวชาญอักษรวิจิตรอยู่เหมือนกัน”“ก็พอได้ยินมาบ้าง”“น้ำใจของเด็กมันก็ดีอยู่หรอก แต่สถานการณ์แบบนี้มันรับมือยากอยู่นะ ระดับของจูเกอชิวเหลียงคนนั้น…”
เศรษฐีไม่กี่คนนั้นที่หลินเจามูพาไปกินข้าวกับหลินจือไป๋เมื่อวาน แววตาไหววูบ เด็กคนนี้เมื่อวานดูสุขุมนุ่มลึกมากแท้ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าพอวันนี้เห็นปู่เสียเปรียบเข้าหน่อย เก็บอาการไม่อยู่เสียแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็นับว่าเป็นความกตัญญู ดังนั้นท่านๆ เหล่านี้จึงไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่คิดว่า เดี๋ยวจะช่วยประมูลอุดหนุนให้สักหน่อย ต่อให้อักษรวิจิตรของหลินจือไป๋จะด้อยกว่าจูเกอชิวเหลียง แต่เห็นแก่หน้าหลินเจามู ทุกคนก็จะพยายามช่วยกันดันราคาขึ้นไปให้ได้มากที่สุด ถือซะว่าขายน้ำใจให้หลินเจามูก็แล้วกัน
ส่วนบรรดามหาเศรษฐีจากทวีปอื่น ที่ไม่รู้จักหลินจือไป๋ รวมถึงคณะตัวแทนจากทวีปอื่นก็ยังรู้สึกแปลกหน้ากับไปต