ประหนึ่งมีภูเขาหนักหลายพันกิโลกดลงมาทับตัว เขาจึงไม่อาจยกมือขึ้นได้
“เล่นทีเผลออย่างนั้นเหรอ?”
ดวงตาหานซุ่นเซิงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ขณะนั้นเองเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาหา
“เฝ่ย-ไป๋-ลู่!” ชายชรากัดฟันจนสีหน้าบิดเบี้ยว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่!
เฝ่ยไป๋ลู่ถามด้วยความอยากรู้ “รู้จักฉันด้วยเหรอคะ?”
อาการบาดเจ็บภายในของหานซุ่นเซิงยังไม่หายดี ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาลดลงไม่น้อย และเกือบสูญเสียการควบคุมตัวเองไป
เมื่อเห็นว่าตนเองถูกปราบได้ และไม่มีพลังที่จะสู้กลับ หานซุ่นเซิงก็ตกใจมาก “เธอซ่อนพลังมาตลอดเลยเรอะ!”
ให้ตายเถอะ! เฝ่ยไป๋ลู่เพิ่งเดินทางบนวิถีเต๋าเมื่อไม่นานไม่ใช่เหรอ?! แต่อีกฝ่ายกลับซ่อนความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเธอเอาไว้!
ไม่น่าแปลกใจที่เขาส่งคนไปมากมาย ก็ไม่มีใครสามารถกำจัดเฝ่ยไป๋ลู่ได้สำเร็จ!
“ยินดีด้วย คุณเดาถูก” เฝ่ยไป๋ลู่มองหานซุ่นเซิงด้วยรอยยิ้ม พลางคิดว่าถ้าเธอไม่ซ่อนความแข็งแกร่งของตัวเองเอาไว้ เธอจะจัดการคนพวกนี้ได้ยังไง “น่าเสียดายที่ไม่มีรางวัลให้”
“เธอจะทำร้ายฉันไม่ได้!” ที่นี่เป็นเพียงสถานที่ที่เขาพักอยู่ชั่วคราว จึงไม่มีใครอยู่ข้างกาย หากเขาต้องการขอความช่วยเหลือ ก็ไม่มีใครมาช่วยเหลือเขาได้ เมื่อเห็นเฝ่ยไป๋ลู่เดินใกล้เข้ามาทีละก้าว เหงื่อเย็นก็หยดลงมาจากหน้าผากของหานซุ่นเซิง แล้วเขาก็กล่าวอย่างดุดันว่า “สมาพันธ์มีกฎที่ห้ามผู